Tips & Tricks
เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง
วันนี้มาแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ กับเคล็ดลับเล็กๆ ที่สาวๆ อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนค่ะ ว่าการทาครีม ที่เราทากันทุกวันนั้น ก็ต้องมีวิธีทาให้ถูกต้องด้วยนะคะ
การทาครีมเพื่อป้องกัน หรือลดริ้วรอยนั้น นอกจากตัวผลิตภัณฑ์เองแล้ว วิธีการทาของเรา ก็มีส่วนที่จะช่วยให้สกินแคร์ที่เราซื้อมา (แพงๆ) นั้นได้ผลดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^
เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง โดย Dominique Rist ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เครื่องสำอาง Calrins เป็นผู้เผยเคล็ดลับให้เราทราบกันค่ะ
สิ่งสำคัญคือการห้ามทำให้ผิวเคลื่อนที่ค่ะ เพราะผิวของเรานั้น เปรียบเสมือนยางยืดค่ะ ยิ่งเราดึงออกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขยายออกมากเท่านั้น และก็จะทำให้เกิดริ้วรอยมากตามไปด้วยค่ะ (ฟังดูแล้วน่ากลัวจริงๆ ค่ะ – -”)
- เทคนิค คือ ให้วอร์มครีมที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง โดยถูมือเข้าหากันเบาๆ แล้ววางฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ให้แนบสนิทพอดีกับแก้ม หน้าผาก คาง และคอ แล้วดึงมือออกแรงๆ จากนั้นค่อยกดเบาๆ ด้วยฝ่ามือ และนิ้วมือ เพื่อกระจายเนื้อครีมให้ทั่วใบหน้า และให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้นค่ะ
- อันนี้เคล็ดลับเพิ่มเติม จากตัวเองค่ะ สำหรับผิวรอบดวงตาก็คล้ายๆ กันค่ะ ให้วอร์มครีมก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วกดเนื้อครีมเบาๆ ในแนวรอบดวงตาค่ะ ^_^
Credit ::: http://www.vinegargirl.com/
เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดด ให้ได้ประสิทธิภาพค่ะ

วันนี้มาฝากเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่า สาวๆ ทราบกันบ้างรึยังค่ะ นั่นคือเคล็ดลับในการทาครีมกันแดดค่ะ เคยอ่านเจอในแมกกาซีน เค้าบอกว่า ปริมาณที่พอเหมาะ แก่การใช้ครีมกันแดด สำหรับผิวหน้า นั่นคือ ปริมาณเท่ากับเหรียญบาท ค่ะ โอ้ววว!! อ่านแล้ว ดูเหมือนจะไม่พอกับใบหน้า อันใหญ่โตมโหฬาร ของตัวเองค่ะ 5555555 เอาเป็นว่า ปรับให้ปริมาณพอดี กับผิวหน้าละกันนะค๊า
Tips & Trick
ควรใช้ครีมกันแดด ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวค่ะ เพราะถ้าน้อยจนเกินไป ก็ไม่สามารถปกป้องผิว จากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ หรือถ้ามากเกินไป นอกจากทำให้เหนียวเหนอะหนะผิวแล้ว อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ค่ะ และเคล็ดลับที่สำคัญ ในการทาครีมกันแดด นั่นคือ ให้เกลี่ยเนื้อครีมไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ช่วยปกป้องผิวได้ดีที่สุดค่ะ เพราะบางทีเราก็เพลินค่ะ ทาวนไปวนมา โดยเฉพาะที่แขนและขาค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทาซ้ำ เวลาที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยนะค๊ะ
กระชับรูขุมขนด้วย Apple Cider Vinegar
วันนี้พระเอกของเรา มิใช่ใครที่ไหนค่ะ นั่นคือ Apple Cider Vinegar ที่คุ้นเคยของเรานั่นเอง หลังจากที่ เขียนเรื่องเครื่องดื่มประจำ vinegargirl ไปเมื่อ 2 ปีก่อน จนอยากซื้อหุ้นใน BRAGG เพราะมีแต่คนคิดว่าโฆษณาให้ค่ะ 555555 ตอนนี้เราเริ่มกลับมา (หากิน) ที่เค้าอีกครั้งค่ะ
สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ
สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ

ขอโน้ตนิดนึงค่ะ ว่าทุกสูตร ควรมีการเทสต์ ที่ท้องแขน เพื่อทดสอบการแพ้ หรือระคายเคือง ก่อนนะค๊า นั่นคือ นำส่วนผสม มาทาที่ท้องแขน ทิ้งไว้ ครึ่งชั่วโมงค่ะ ดูว่ามีผื่นแดง หรืออาการระคายเคืองหรือเปล่า
วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำ ในอัตราส่วนที่เท่ากันค่ะ หลังจากผสมเสร็จแล้ว แช่ในตู้เย็นไว้ แล้วนำมาใช้เช็ดหน้า โดยใช้สำลีชุบหมาดๆ แล้วเช็ดบริเวณใบหน้า (ควรเว้นรอบดวงตานะคะ อันนี้เพิ่มเติมให้เองค่ะ เพราะน้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงรอบดวงตา เพราะระหว่างที่เช็ดหน้าอยู่ บางคนอาจแสบตาได้ค่ะ ถ้าคนที่มีอาการแสบตา ควรหลีกเลี่ยง ผิวบริเวณที่ใกล้ดวงตาเกินไปค่ะ ((หรือใช้น้องสาว หรือพี่สาว เช็ดให้เรา แล้วเราก็นอนหลับตา เหมือนอยู่ในสปา แทนค่ะ หรือถ้ามีการแสบตามาก ควรผสมน้ำเพิ่ม หรือหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ค่ะ) จากนั้นก็อาจใช้สำลี ที่ชุบด้วยส่วนผสมนั้น หมาดๆ นะคะ แปะไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกทีค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วยค่ะ
ขอเพิ่มอีกสูตรค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย อันนี้เป็นสูตรตัวเอง ไม่ได้มาจากข้างขวดค่ะ
วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือเจ้า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล เนี่ยหล่ะค่ะ (เขียนเต็มๆ อีกที ไม่มีย่อ) 1/2 – 1 ช้อน น้ำผึ้ง 2 – 3 ช้อน
หรือจะปรับอัตราส่วนเองก็ได้ค่ะ แต่ควรให้น้ำผึ้ง มีอัตราส่วนที่ มากกว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าตัว Apple Cider Vinegar มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ
ผสมทั้ง 2 อย่าง แล้วก็พอกทิ้งไว้ที่ใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาเหมือนเดิมค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ
สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และทำให้หน้าดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ เพราะ apple cider vinegar นอกจากจะ ช่วยกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นกรด เพราะฉะนั้น จึงเป็น AHA หรือกรดจากผลไม้ นั่นเองค่ะ ช่วยผลัดเซลผิวได้ค่ะ แต่การใช้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊บเปิ้ลนี้ ต้องระวังมากค่ะ เพราะการที่อยู่บนผิวหน้า นานไปก็เกิดอันตรายต่อผิวหน้าได้ค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่สาวๆ รู้สึกแสบผิว ไม่ต้องอดทนนะคะ ล้างออกได้เลยค่ะ ไม่งั้นจะพอกให้หน้าใส จะเปลี่ยนเป็นหน้าไหม้ ระคายเคืองค่ะ
Note : เพิ่มเติมค่ะ หลังจากที่ได้ลองมาแล้ว คิดว่าต้องปรับสูตรกันเล็กน้อยค่ะ นั่นคือ ปริมาณ น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ล อาจต้องน้อยกว่า ส่วนผสมอื่นๆ หน่อยค่ะ ที่วีนิก้าเกิร์ล ได้ลอง นั่นคือใช้สูตร Apple Cider Vinegar + น้ำผึ้งค่ะ โดยผสม ACV 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แต่รู้สึกว่า ACV จะมากไปค่ะ ควรใช้ Apple Cider Vinegar แค่ 1/2 ช้อนชา ก็พอค่ะ เพราะถ้ามากไป มันจะเหลว ไม่ติดผิวค่ะ
Review : ตอนที่ทาหน้า ไม่แสบตาเท่าไหร่ค่ะ แต่จะบอกว่า การสูดดม กลิ่น Apple Cider Vinegar นี่ ก็ทรมานได้เหมือนกันค่ะ ทำให้ไม่สามารถทิ้งไว้ได้นานเท่าไหร่ค่ะ สาวๆ ควรเว้นรอบดวงตา และรอบริมฝีปาก จะดีกว่าค่ะ (ตอนที่ตัวเองทำ ไม่ได้เว้นรอบริมฝีปากค่ะ เลยได้กลิ่นเต็มๆ แฮ่ๆ) ขณะที่ลองใช้ กำลังเป็นสิวอักเสบ 1 เม็ดใหญ่ (แบบกำลังบวมแดงเลยค่ะ) ไม่แน่ใจว่า ระหว่างการพอกหน้าด้วยสูตรนี้ กับการไปเที่ยวทะเล เจอน้ำเกลือในทะเล อันไหนช่วยมากกว่ากัน เพราะก่อนกลับจากไปเที่ยว สิวก็หายพอดีค่ะ 555555 สรุปว่า น้ำส้มสายชู VS น้ำทะเล ไม่ได้มีอะไรช่วย แต่ไปเที่ยว จิตใจเบิกบาน เลยทำให้สิวยุบซะงั้น!?! อ้ะ!! มั่วค่ะ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่า ตัดเรื่องสิวออกไปก่อนนะคะ
มันจะช่วยลดขนาดได้ ต้องทำกี่ครั้ง อันนี้ขอตอบจากความรู้ ที่ได้มาจากประสบการณ์ + แพทย์ผิวหนังนะคะ ว่ารูขุมขนเนี่ย ไม่สามารถลดขนาด หรือปิดสนิทแบบถาวรได้ ด้วยสกินแคร์ใดๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้ ช่วยทำให้กระชับชั่วคราวเท่านั้นค่ะ สำหรับสูตรนี้ก็เหมือนกันค่ะ เพราะหน้าร้อน อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้รูขุมขนผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สูตรนี้เป็นแค่วิธีที่ทำให้รูขุมขนที่เปิดกว้างเพราะอากาศ กระชับขึ้นชั่วคราวค่ะ แต่จะได้ประโยชน์ จากกรด AHA ในน้ำส้มสายชูหมัก ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ประโยชน์ในการสมานผิว ลดการอักเสบ และกระชับผิว จากน้ำผึ้งอีกส่วนหนึ่งค่ะ
ถ้าใช้สูตร Apple Cider Vinegar นี้ คิดว่าไม่ควรทำบ่อยมากนะคะ อาจจะ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้ง ก็พอค่ะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ว่ามีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ทำบ่อยเกินไป ผิวอาจจะแห้งมากค่ะ
เคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้
พยายามจะไปรื้อค้นหาสูตรน้ำผลไม้ปั่นมาฝากค่ะ บังเอิญได้ไปเจอข้อมูลใน ELLE magazine ภาษาไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปก Kylie Minogue ค่ะ ซึ่งมีเรื่อง ล้างพิษเร่งด่วน ฟื้นฟูสุขภาพ ในคอลลัมน์ ellehealth โดยคุณศิริวรรณ สุขวิเศษ
เคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้- เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผลไม้สด ควรเป็นช่วงเช้า หลังตื่นนอน เพราะเป็นเวลาที่ท้องยังว่างอยู่ จะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ขับของเสีย และสารพิษได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยส่วนตัว (ถ้าไม่ลืม) ก็จะทำน้ำ apple cider vinegar ผสมน้ำผึ้ง ดื่มตลอดค่ะ แต่ถ้าเสาร์-อาทิตย์ที่มีเวลาหน่อย ก็จะดื่มน้ำแครอท ที่ใช้เครื่องแยกกากหน่ะค่ะ
- เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผัก จะเป็นช่วงบ่าย ที่ตอนนี้ฮิตการดื่มน้ำ wheatgrass กันเหลือเกิน ลองเลือกเป็นช่วงบ่ายดูนะคะ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงการฟื้นฟูความสมดุลของกรด-ด่าง ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยค่ะ
- ในร้านพวกสมูธตี้เนี่ย ปกติเค้าจะมีหลายๆ สูตรที่เซ็ตไว้ ซึ่งอาจมีผัก และผลไม้ผสมกันอยู่แล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็ช่วยให้น้ำผักมีรสชาติที่ดีขึ้นค่ะ เพราะประโยชน์ก็คือ น้ำผลไม้ช่วยล้างพิษ ส่วนน้ำผักจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ แต่เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่เวลาค่ะ คือจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มทันทีหลังจากคั้นเสร็จค่ะ เพราะวิตามินในผักและผลไม้จะสลายตัวเร็วค่ะ
- ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถดื่มน้ำผัก และผลไม้ได้ตลอดนะคะ เราควรงดน้ำผล้ไม้สด ถ้าร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่นมีการติดเชื้อเป็นเบาหวาน หรือว่ามีปัญหาลำไส้อยู่ค่ะ
- การ detox ด้วยอดอาหารแล้วดื่มน้ำผัก-ผลไม้ในระยะสั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม อันนี้ถือเป็นวิธีที่ดีค่ะ แต่ไม่ควรทำเป็นระยะยาวนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้รับประทานอาหารที่กากใย จะทำให้มีความผิดปกติของระบบขับถ่าย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพค่ะ
Credit :: http://www.vinegargirl.com/
ผิวสวยได้ ภายในครึ่งนาที
อยากฝากเคล็ดลับให้สาวๆ ค่ะ จริงๆ แล้วง่ายมากๆ ถ้าอยากหน้าตาสดใส ผิวพรรณดี มีเลือดฝาดค่ะ ต้องเรียกว่าเป็นทางด่วนผิวสวย สำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ เลยค่ะ
วิธีการมีผิวสวยอย่างรวดเร็ว
ซึ่งการทำท่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็จะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วยค่ะ ลองดูกันค่ะ
เช้า : ช่วยให้มีสมาธิ โดยเฉพาะในการรับมือกับวันอันยุ่งเหยิงค่ะ ช่วยปลุกร่างกาย และจิตใจให้ตื่นตัวด้วยค่ะ
กลางวัน : ช่วยเติมพลัง ระหว่างวันค่ะ
เย็น : ช่วยให้ผ่อนคลาย หัวใจเต้นเป็นปกติ และช่วยควบคุมจังหวะการหายใจค่ะ
Tips :
เชื่อว่าหลายๆ คนพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข้าแล้ว แต่ไม่สามารถ ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเราจะงอหัวเข่าเล็กน้อย เพื่อการทำให้สำเร็จค่ะ และอาจสร้างสมดุลด้วยการ นำมือประสานไว้ด้านหลังค่ะ สำหรับใครที่ยังทำไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆ ทำไปวันละนิด ร่างกายเราจะค่อยๆ ปรับความยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะทำได้ในที่สุดค่ะ
ส่วนใครที่มีปัญหา เช่นปัญหาที่หลัง หรือคนที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่เป็นไรค่ะ ใช้วิธีนอนก้มหัวลงด้านข้างเตียงแทนได้เลยค่ะ
ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือควรทำทุกวันนะคะ ต่อเนื่องนะคะ วีนิก้าเกิร์ลคิดว่าเป็นท่าออกกำลังกาย ที่ง่ายที่สุดแล้ว 5555 เพราะตัวเองเป็นคนขี้เกียจ เลยพยายามสรรหาท่าที่ไม่ต้องออกแรง หรือพยายามมากมาใช้ค่ะ นำไปทำแล้วเป็นอย่างไร ลองอัพเดทกันบ้างนะค๊าาาา
6 สุดยอดเครื่องดื่มสลายหน้าท้อง
1.น้ำเปล่าเสริมรสการทำให้ร่างกายชุ่มชื้นอยู่เสมอ มีความสำคัญมากหากคุณต้องการจะลดน้ำหนัก การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ที่เป็นสาเหตุให้ท้องอืดป่องขึ้นมา) และแถมยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม จึงกินน้อยลง แต่ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ลองใส่สมุนไพรสด มะนาว ผลไม้ (หรือแม้แต่แตงกวาฝานก็ช่วยได้) เพื่อช่วยให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น
2.สมูธตี้แตงโมตราบใดที่คุณไม่ตักน้ำตาลเพิ่มลงในสมูธตี้ เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้อย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโซพีน ที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโนชื่อว่า อาร์จินีน ซึ่งการศึกษาตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียว จึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟ่บลงหน่อยนั่นเอง
3.ชามินต์ใส่น้ำแข็งรสเย็นของมินต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มินต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และลดอาการท้องอืดได้ด้วย
4.เฟลปเป้สับปะรดสัปปะรดมีสารที่เรียกว่า โบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย
5.ชาเขียว นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจแล้ว ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลังกาย มันจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกาย
6.ดาร์กช็อกโกแลตเชคขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่าง ในวันที่คุณรีบ มันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ!
Credit : Lisaguru.com
ขั้นแรกต้องพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อเลยค่ะ
การเลือกใช้น้ำหอมอย่างเหมาะสม
เราควรเลือกกลิ่นหอมที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองนับว่าดีที่สุด น้ำหอมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมดังนี้
2.สมูธตี้แตงโมตราบใดที่คุณไม่ตักน้ำตาลเพิ่มลงในสมูธตี้ เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้อย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโซพีน ที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโนชื่อว่า อาร์จินีน ซึ่งการศึกษาตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียว จึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟ่บลงหน่อยนั่นเอง
3.ชามินต์ใส่น้ำแข็งรสเย็นของมินต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มินต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และลดอาการท้องอืดได้ด้วย
4.เฟลปเป้สับปะรดสัปปะรดมีสารที่เรียกว่า โบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย
5.ชาเขียว นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจแล้ว ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลังกาย มันจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกาย
6.ดาร์กช็อกโกแลตเชคขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่าง ในวันที่คุณรีบ มันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ!
Credit : Lisaguru.com
4 กฎทองของการเลือกทรงผม
ก่อนจะเลือกทรงผม นอกจากความชอบแล้ว ทรงผมยังควรต้องกลมกลืนกับสไตล์การแต่งตัวของคุณด้วย ฉะนั้น ก่อนจะเลือกทรงผมอะไรก็ตาม นี่คือกฎพื้นฐานที่คุณควรนึกถึงเพื่อให้ได้ลุคที่สมบูรณ์แบบ
--สาวสบาย ๆ อย่าตัดผมสั้นเกินไป สาวที่ชอบลุคแบบสบาย ๆ ไม่เรื่องมาก มักคิดว่าการตัดผมสั้นเหมาะที่สุด แต่ที่จริงแล้วถึงแม้สไตล์ง่าย ๆ สบาย ๆ จะเหมาะกับทรงผมแทบทุกทรง แต่ก็ควรระวังเรื่องการตัดผมสั้นเกินไปด้วย เพราะผมสั้นจะต้องสระบ่อย ซึ่งความมันเยิ้มของเส้นผมทำให้ดูสกปรกมากกว่าดูสบาย ๆ และคุณยังไม่อาจมัดผมหรือเกล้ามวยเพื่อปกปิดผมที่ไม่ได้สระไม่ได้เลย เพื่อให้ได้ลุคที่ดูเหมือนไม่ตั้งใจ เลือกตัดผมแบบเลเยอร์เพื่อให้ผมดูพองสวยและพลิ้วไหวเมื่อสระผม และปล่อยให้แห้งเอง หรือเป่าผมโดยใช้นิ้วสางผม จากนั้น ใช้ที่คาดผมหรือคลิปตัวใหญ่ ๆ ติด เพื่อให้ผมดูสบาย ๆ แต่ยังมีสไตล์อยู่
--สาวทำงาน เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ คิดถึงเส้นสายที่ดูเรียบง่าย นักธุรกิจสาวส่วนใหญ่มักชอบไว้ผมสั้นและเรียบตรง อย่างเช่น ผมบ็อบยาวแค่คาง เส้นสายที่ไม่วุ่นวายดูดีในโลกของการทำงาน ผมบ็อบของ แอนนา วินทัวร์ คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบสำหรับลุคแบบนี้ แต่ถ้าคุณชอบผมยาว พยายามให้ยาวประบ่าหรือยาวกว่านั้นเล็กน้อย แต่ไม่ควรยาวไปกว่านี้ นอกจากนี้ ไม่ควรให้มีผมเกะกะรอบใบหน้าและไม่ควรตัดผมจนหยิกยุ่ง แต่ถ้ามีลอนเล็กน้อยเพื่อให้ผมดูพองสวยถือว่ารับได้ ทรงผมของชาร์ลอตต์ใน "Sex and The City" เป็นผมยาวที่ดูเหมาะกับมืออาชีพมาก ประโยชน์อีกอย่างของผมยาวก็คือในวันที่ไม่ได้สระผมหรือแต่งทรงไม่ได้ดังใจ ก็สามารถเกล้าเป็นหางม้าหรือทำผมมวยได้
--สาวเปรี้ยว เติมสีตัดกันเพื่อให้ได้ทรงผมที่ดูเปรี้ยวและทันสมัย เช่น ผมโทนสีแดงเข้ม ๆ ที่มีริ้วสีบลอนด์นุ่ม ๆ จะทำให้ผมทรงใดก็ตามดูเปรี้ยวและแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งผมยาวดูจะเหมาะกับการทำสีสไตล์นี้มากกว่าผมสั้น เพราะการสร้างสีที่ตัดกันบนผมสั้น อาจดูเป็นพังก์ไปหน่อย ในขณะที่ผมยาวปานกลางหรือยาวจะดูน่าสนใจกว่า และดูไม่สุดโต่งเกินไปด้วย
--สาวเซอร์ อย่าเช็ดผมหรือตัดผมมากเกินไป ลุคแบบโบฮีเมียนเหมาะกับผมยาวและหยักศกน้อย ๆ แบบฝาแฝด แมรี่-เคต และ แอชลีย์ โอลเซ่น แต่หัวใจสำคัญของทรงนี้ก็คือ อย่าซ็ตผมมากเกินไป หรือดัดผมจนเป็นลอนแน่น ๆ ความพลิ้วไหว และลอนผมที่ดูนุ่มนวลคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมมากเกินไปจนทำให้ผมดูแข็งกระด้างระดับความยาวที่เหมาะก็คือยาวประบ่าหรือยาวถึงปีกไหล่ แต่อย่าให้ยาวเกินไป ไม่งั้นจะดูกระเซอะกระเซิงถึงแม้ผมสั้นจะดูไม่ค่อยเหมาะกับโบฮีเมียนเท่าไหร่นัก แต่ถ้าชอบผมสั้น ก็ซอยผมไล่ระดับเป็นชั้นยาว ๆ สักหน่อย แต่อย่าให้ปลายผมเป็นเหลี่ยมมุมหรือชี้ออก จำไว้ว่าลุคแบบนี้เหมาะกับความนุ่มนวลและพลิ้วไหว
เคล็ดลับสำหรับทุกสไตล์
ถ้าอยากให้ผมเป็นเงางามและมีน้ำหนักไม่ว่าจะเลือกทรงผมแบบไหนหรือยาวแค่ไหน การทำให้ทรงผมดูดีที่สุดเป็นเรื่องของความเงางาม ความพลิ้วไหว และดูมีน้ำหนัก ดังนั้น รักษาสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรง และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความเงางาม โดยเฉพาะผมยาวจะดูสวยเป็นพิเศษ ถ้าผมสุขภาพดีไม่แตกปลาย ควรเล็มผมเป็นประจำสม่ำเสมอ และทำทรีตเมนต์แบบเข้มข้นสัปดาห์ละครั้ง
Credit : kapook.com
--สาวทำงาน เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ คิดถึงเส้นสายที่ดูเรียบง่าย นักธุรกิจสาวส่วนใหญ่มักชอบไว้ผมสั้นและเรียบตรง อย่างเช่น ผมบ็อบยาวแค่คาง เส้นสายที่ไม่วุ่นวายดูดีในโลกของการทำงาน ผมบ็อบของ แอนนา วินทัวร์ คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบสำหรับลุคแบบนี้ แต่ถ้าคุณชอบผมยาว พยายามให้ยาวประบ่าหรือยาวกว่านั้นเล็กน้อย แต่ไม่ควรยาวไปกว่านี้ นอกจากนี้ ไม่ควรให้มีผมเกะกะรอบใบหน้าและไม่ควรตัดผมจนหยิกยุ่ง แต่ถ้ามีลอนเล็กน้อยเพื่อให้ผมดูพองสวยถือว่ารับได้ ทรงผมของชาร์ลอตต์ใน "Sex and The City" เป็นผมยาวที่ดูเหมาะกับมืออาชีพมาก ประโยชน์อีกอย่างของผมยาวก็คือในวันที่ไม่ได้สระผมหรือแต่งทรงไม่ได้ดังใจ ก็สามารถเกล้าเป็นหางม้าหรือทำผมมวยได้
--สาวเปรี้ยว เติมสีตัดกันเพื่อให้ได้ทรงผมที่ดูเปรี้ยวและทันสมัย เช่น ผมโทนสีแดงเข้ม ๆ ที่มีริ้วสีบลอนด์นุ่ม ๆ จะทำให้ผมทรงใดก็ตามดูเปรี้ยวและแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งผมยาวดูจะเหมาะกับการทำสีสไตล์นี้มากกว่าผมสั้น เพราะการสร้างสีที่ตัดกันบนผมสั้น อาจดูเป็นพังก์ไปหน่อย ในขณะที่ผมยาวปานกลางหรือยาวจะดูน่าสนใจกว่า และดูไม่สุดโต่งเกินไปด้วย
--สาวเซอร์ อย่าเช็ดผมหรือตัดผมมากเกินไป ลุคแบบโบฮีเมียนเหมาะกับผมยาวและหยักศกน้อย ๆ แบบฝาแฝด แมรี่-เคต และ แอชลีย์ โอลเซ่น แต่หัวใจสำคัญของทรงนี้ก็คือ อย่าซ็ตผมมากเกินไป หรือดัดผมจนเป็นลอนแน่น ๆ ความพลิ้วไหว และลอนผมที่ดูนุ่มนวลคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมมากเกินไปจนทำให้ผมดูแข็งกระด้างระดับความยาวที่เหมาะก็คือยาวประบ่าหรือยาวถึงปีกไหล่ แต่อย่าให้ยาวเกินไป ไม่งั้นจะดูกระเซอะกระเซิงถึงแม้ผมสั้นจะดูไม่ค่อยเหมาะกับโบฮีเมียนเท่าไหร่นัก แต่ถ้าชอบผมสั้น ก็ซอยผมไล่ระดับเป็นชั้นยาว ๆ สักหน่อย แต่อย่าให้ปลายผมเป็นเหลี่ยมมุมหรือชี้ออก จำไว้ว่าลุคแบบนี้เหมาะกับความนุ่มนวลและพลิ้วไหว
เคล็ดลับสำหรับทุกสไตล์
ถ้าอยากให้ผมเป็นเงางามและมีน้ำหนักไม่ว่าจะเลือกทรงผมแบบไหนหรือยาวแค่ไหน การทำให้ทรงผมดูดีที่สุดเป็นเรื่องของความเงางาม ความพลิ้วไหว และดูมีน้ำหนัก ดังนั้น รักษาสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรง และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความเงางาม โดยเฉพาะผมยาวจะดูสวยเป็นพิเศษ ถ้าผมสุขภาพดีไม่แตกปลาย ควรเล็มผมเป็นประจำสม่ำเสมอ และทำทรีตเมนต์แบบเข้มข้นสัปดาห์ละครั้ง
Credit : kapook.com
โอ้ว! ลดพุง ด้วยยางรัดผม
แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น การลดพุงได้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สบาย ๆ ไปเสียแล้ว ในเมื่อพวกเขาสามารถที่จะมีหน้าท้องที่แบนราบได้ โดยที่ไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายกันอย่างหนัก พวกเขาเพียงแค่มีหนังยางเส้นเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
ง่าย ๆ เลยจากการที่เราทิ้งตัวลงนั่ง เหยียดขาให้ตึง โดยที่เท้าทั้งสองข้างแนบชิดกัน และยกปลายเท้าตั้งขึ้น จากนั้นก็นำยางรัดผมแบบหนา (อาจจะมีส่วนผสมของไหมพรมเพื่อไม่ให้รัดจนเจ็บเกินไป) มาคล้องลงไปในหัวแม่เท้าทั้งสองข้างที่ติดกัน (อย่าพยายามให้ส้นเท้าแยกจากกัน) เสร็จแล้วก็นอนราบลงกับพื้น เพียง 5 นาทีต่อวัน พุงของคุณก็จะสามารถแบนราบได้โดยที่ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย
ซึ่งวิธี "ยางรัดผม ลด พุง" นี้ คนที่คิดค้นเขาบอกว่า เมื่อกระดูกบั้นเอวเกิดอาการเบี้ยว โย้เย้ อยู่ไม่ตรงที่แน่นอนนั่นเอง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอว และหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป
ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อย ๆ แบนราบลง
ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า
1...ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที
2...อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง
โอ้โห...สุดยอดไปเลยใช่มั้ยละคะ น่าทึ่งจริง ๆ ขอยกนิ้วให้คนญี่ปุ่นเขาเลยจริงๆคะ
ขอบคุณข้อมูลและภาพ : http://suay.info



ซึ่งวิธี "ยางรัดผม ลด พุง" นี้ คนที่คิดค้นเขาบอกว่า เมื่อกระดูกบั้นเอวเกิดอาการเบี้ยว โย้เย้ อยู่ไม่ตรงที่แน่นอนนั่นเอง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอว และหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป

ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อย ๆ แบนราบลง
ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า
1...ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที
2...อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง
โอ้โห...สุดยอดไปเลยใช่มั้ยละคะ น่าทึ่งจริง ๆ ขอยกนิ้วให้คนญี่ปุ่นเขาเลยจริงๆคะ
ขอบคุณข้อมูลและภาพ : http://suay.info
เคล็ด(ไม่) ลับ ฉีด "น้ำหอม" อย่างไรให้กลิ่นติดทนนาน
ถ้าพูดถึงน้ำหอม เชื่อว่าใครหลายคนก็คงต้องใช้กัน เพราะความหอม ที่หอมสมชื่อ…คนส่วนใหญ่อยากให้น้ำหอมติดทนนานไปจนถึงเวลากลับบ้าน…แล้วรู้ ไหมว่า การฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานต้องทำอย่างไร? วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับมาฝากกันค้า!
การเลือกใช้น้ำหอมอย่างเหมาะสม
เราควรเลือกกลิ่นหอมที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองนับว่าดีที่สุด น้ำหอมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมดังนี้
โคโลญจน์ หรือ Eau de Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5%
ทอยเล็ตต์ หรือ Eau de Toilette เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8%
เพอร์ฟูม หรือ Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุด
ระหว่างการเลือกซื้อนั้น
สาวๆ อย่าลองกลิ่น เกินสามกลิ่น ติดต่อกันนะคะ เพราะนั่นจะทำให้จมูกไม่สามารถแยกแยะกลิ่นที่เป็นกลิ่นของน้ำหอมจริงๆ ได้ และควรเลือกซื้อในช่วงเย็นนะคะ นั่นเป็นช่วงเวลาที่จมูกรับรู้กลิ่นได้มากที่สุดค่ะ เอาเป็นว่าคุณสาวๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ อย่าใจร้อนเพื่อให้ได้กลิ่นที่ถูกใจที่สุดจริงๆ
เมื่อได้น้ำหอมมาแล้ว
คราวนี้ก็มาดูวิธีใส่น้ำหอมที่ซื้อมากันดีกว่าค่ะ ก่อนฉีดน้ำหอมควรหลีกเลี่ยงโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนะคะ หรือถ้าจะทาโลชั่นควรทาโลชั่น กลิ่นเดียวกันกับน้ำหอมค่ะ ไม่งั้นจะทำให้กลิ่นตีกันค่ะ พรมน้ำหอมที่บริเวณลำตัว ข้อมือ และลำคอ ค่ะ เมื่อฉีดน้ำหอมที่ข้อมือแล้ว ถ้าถูข้อมือทั้งสองก็ช่วยให้น้ำหอมมีกลิ่นที่อ่อนโยนลงค่ะ หรือสาวๆ จะใช้วิธีฉีดพ่นน้ำหอมไปข้างหน้า แล้วเดินตามไปรับละอองของน้ำหอมก็ได้นะคะ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหอมทั้งตัว และเส้นผมด้วยกลิ่นที่ไม่ฉุนจนเกินไป
เด็ดเคล็ดลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือ
ฉีดน้ำหอมลงบริเวณหลังหัวเข่าทั้งสองค่ะ เพราะกลิ่นจะลอยขึ้นสูง ทำให้กลิ่นกระจายกลิ่นหอมได้ทั่วตัวอย่างแท้จริงค่ะ
นั่นเป็นเพราะเส้นผมถูกฝึกให้ตกไปตามแสกนั้นจนชิน คุณต้องฝึกเส้นผมซะใหม่ โดยก่อนเข้านอนก็ทำเส้นผมให้เปียก แล้วทาเจลลงบนโคนผม จากนั้นก็หวีแสกตามต้องการ แล้วรวบไปมัดเป็นหางม้าเอาไว้ ทำอย่างนี้ซักสองสามวัน คุณก็จะได้รอยแสกผมใหม่ตามต้องการอย่างแน่นอน
Credit : Lisaguru
ทอยเล็ตต์ หรือ Eau de Toilette เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8%
เพอร์ฟูม หรือ Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุด
ระหว่างการเลือกซื้อนั้น
สาวๆ อย่าลองกลิ่น เกินสามกลิ่น ติดต่อกันนะคะ เพราะนั่นจะทำให้จมูกไม่สามารถแยกแยะกลิ่นที่เป็นกลิ่นของน้ำหอมจริงๆ ได้ และควรเลือกซื้อในช่วงเย็นนะคะ นั่นเป็นช่วงเวลาที่จมูกรับรู้กลิ่นได้มากที่สุดค่ะ เอาเป็นว่าคุณสาวๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ อย่าใจร้อนเพื่อให้ได้กลิ่นที่ถูกใจที่สุดจริงๆ
เมื่อได้น้ำหอมมาแล้ว
คราวนี้ก็มาดูวิธีใส่น้ำหอมที่ซื้อมากันดีกว่าค่ะ ก่อนฉีดน้ำหอมควรหลีกเลี่ยงโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนะคะ หรือถ้าจะทาโลชั่นควรทาโลชั่น กลิ่นเดียวกันกับน้ำหอมค่ะ ไม่งั้นจะทำให้กลิ่นตีกันค่ะ พรมน้ำหอมที่บริเวณลำตัว ข้อมือ และลำคอ ค่ะ เมื่อฉีดน้ำหอมที่ข้อมือแล้ว ถ้าถูข้อมือทั้งสองก็ช่วยให้น้ำหอมมีกลิ่นที่อ่อนโยนลงค่ะ หรือสาวๆ จะใช้วิธีฉีดพ่นน้ำหอมไปข้างหน้า แล้วเดินตามไปรับละอองของน้ำหอมก็ได้นะคะ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหอมทั้งตัว และเส้นผมด้วยกลิ่นที่ไม่ฉุนจนเกินไป
เด็ดเคล็ดลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือ
ฉีดน้ำหอมลงบริเวณหลังหัวเข่าทั้งสองค่ะ เพราะกลิ่นจะลอยขึ้นสูง ทำให้กลิ่นกระจายกลิ่นหอมได้ทั่วตัวอย่างแท้จริงค่ะ

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : http://women.mthai.com/ , http://www.newseasonbeauty.com/
เทคนิคการเปลี่ยนแสกผม ง่าย!!
สาวๆ หลายคนอาจเคยพยายามที่จะเปลี่ยนแสกผมใหม่ แต่หวียังไงๆ เส้นผมก็ไม่ยอมเปลี่ยนแสกตามที่ใจต้องการซะที...จะด้วยวิธีโดยการใช้กิ้บติดไว้ผมก็เสียเป็นรอยคลื่น จะใช้ไดร์ร้อนๆเป่า ผมก้อคงแห้งกรอบกันพอดีกว่าจะแสกได้ดังใจที่ต้องการ..
Credit : Lisaguru





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น