วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555


 Tips & Tricks

เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง

วันนี้มาแบบสั้นๆ ก่อนนะคะ กับเคล็ดลับเล็กๆ ที่สาวๆ อาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนค่ะ ว่าการทาครีม ที่เราทากันทุกวันนั้น ก็ต้องมีวิธีทาให้ถูกต้องด้วยนะคะ
body_B_100425
การทาครีมเพื่อป้องกัน หรือลดริ้วรอยนั้น นอกจากตัวผลิตภัณฑ์เองแล้ว วิธีการทาของเรา ก็มีส่วนที่จะช่วยให้สกินแคร์ที่เราซื้อมา (แพงๆ) นั้นได้ผลดียิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ ^_^
เคล็ดลับการทาครีมที่ถูกต้อง โดย Dominique Rist ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ เครื่องสำอาง Calrins เป็นผู้เผยเคล็ดลับให้เราทราบกันค่ะ
สิ่งสำคัญคือการห้ามทำให้ผิวเคลื่อนที่ค่ะ เพราะผิวของเรานั้น เปรียบเสมือนยางยืดค่ะ ยิ่งเราดึงออกมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งขยายออกมากเท่านั้น และก็จะทำให้เกิดริ้วรอยมากตามไปด้วยค่ะ (ฟังดูแล้วน่ากลัวจริงๆ ค่ะ – -”)
  • เทคนิค คือ ให้วอร์มครีมที่ฝ่ามือทั้งสองข้าง โดยถูมือเข้าหากันเบาๆ แล้ววางฝ่ามือทั้งสองข้างอย่างเบามือ ให้แนบสนิทพอดีกับแก้ม หน้าผาก คาง และคอ แล้วดึงมือออกแรงๆ จากนั้นค่อยกดเบาๆ ด้วยฝ่ามือ และนิ้วมือ เพื่อกระจายเนื้อครีมให้ทั่วใบหน้า และให้เนื้อครีมซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้นค่ะ
  • อันนี้เคล็ดลับเพิ่มเติม จากตัวเองค่ะ สำหรับผิวรอบดวงตาก็คล้ายๆ กันค่ะ ให้วอร์มครีมก่อน จากนั้นใช้ปลายนิ้วกดเนื้อครีมเบาๆ ในแนวรอบดวงตาค่ะ ^_^

เคล็ดลับการใช้ครีมกันแดด ให้ได้ประสิทธิภาพค่ะ


vinegargirl_b_sb.jpg
วันนี้มาฝากเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ ไม่แน่ใจว่า สาวๆ ทราบกันบ้างรึยังค่ะ นั่นคือเคล็ดลับในการทาครีมกันแดดค่ะ เคยอ่านเจอในแมกกาซีน เค้าบอกว่า ปริมาณที่พอเหมาะ แก่การใช้ครีมกันแดด สำหรับผิวหน้า นั่นคือ ปริมาณเท่ากับเหรียญบาท ค่ะ โอ้ววว!! อ่านแล้ว ดูเหมือนจะไม่พอกับใบหน้า อันใหญ่โตมโหฬาร ของตัวเองค่ะ 5555555 เอาเป็นว่า ปรับให้ปริมาณพอดี กับผิวหน้าละกันนะค๊า
Tips & Trick
ควรใช้ครีมกันแดด ในปริมาณที่พอเหมาะกับผิวค่ะ เพราะถ้าน้อยจนเกินไป ก็ไม่สามารถปกป้องผิว จากแสงแดดได้อย่างเต็มที่ หรือถ้ามากเกินไป นอกจากทำให้เหนียวเหนอะหนะผิวแล้ว อาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิวได้ค่ะ และเคล็ดลับที่สำคัญ ในการทาครีมกันแดด นั่นคือ ให้เกลี่ยเนื้อครีมไปในทิศทางเดียวกันค่ะ ซึ่งจะส่งผลให้ช่วยปกป้องผิวได้ดีที่สุดค่ะ เพราะบางทีเราก็เพลินค่ะ ทาวนไปวนมา โดยเฉพาะที่แขนและขาค่ะ แต่อย่างไรก็ดี อย่าลืมทาซ้ำ เวลาที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งด้วยนะค๊ะ

กระชับรูขุมขนด้วย Apple Cider Vinegar


วันนี้พระเอกของเรา มิใช่ใครที่ไหนค่ะ นั่นคือ Apple Cider Vinegar ที่คุ้นเคยของเรานั่นเอง หลังจากที่ เขียนเรื่องเครื่องดื่มประจำ vinegargirl ไปเมื่อ 2 ปีก่อน จนอยากซื้อหุ้นใน BRAGG เพราะมีแต่คนคิดว่าโฆษณาให้ค่ะ 555555 ตอนนี้เราเริ่มกลับมา (หากิน) ที่เค้าอีกครั้งค่ะ
สูตรแรกนี้ นำมาจากสูตร ที่ห้อยไว้ข้างขวด เวลาซื้อน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ลค่ะ 5555 หากินง่ายไปรึเปล่า แฮ่ๆ แหมม… เห็นว่ามีประโยชน์กับสาวๆ หน่ะค่ะ (จริงๆ แล้วยังมีอีกหลายสูตร ให้หากินอีกเยอะ กริ๊ววววววว) ก่อนจะรู้ไต๋ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ
vinegargirl_b_bg-1.jpg
ขอโน้ตนิดนึงค่ะ ว่าทุกสูตร ควรมีการเทสต์ ที่ท้องแขน เพื่อทดสอบการแพ้ หรือระคายเคือง ก่อนนะค๊า นั่นคือ นำส่วนผสม มาทาที่ท้องแขน ทิ้งไว้ ครึ่งชั่วโมงค่ะ ดูว่ามีผื่นแดง หรืออาการระคายเคืองหรือเปล่า
วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือน้ำส้มสายชูหมัก จากแอ๊ปเปิ้ล ผสมกับน้ำ ในอัตราส่วนที่เท่ากันค่ะ หลังจากผสมเสร็จแล้ว แช่ในตู้เย็นไว้ แล้วนำมาใช้เช็ดหน้า โดยใช้สำลีชุบหมาดๆ แล้วเช็ดบริเวณใบหน้า (ควรเว้นรอบดวงตานะคะ อันนี้เพิ่มเติมให้เองค่ะ เพราะน้ำส้มสายชู มีฤทธิ์เป็นกรด ควรหลีกเลี่ยงรอบดวงตา เพราะระหว่างที่เช็ดหน้าอยู่ บางคนอาจแสบตาได้ค่ะ ถ้าคนที่มีอาการแสบตา ควรหลีกเลี่ยง ผิวบริเวณที่ใกล้ดวงตาเกินไปค่ะ ((หรือใช้น้องสาว หรือพี่สาว เช็ดให้เรา แล้วเราก็นอนหลับตา เหมือนอยู่ในสปา แทนค่ะ หรือถ้ามีการแสบตามาก ควรผสมน้ำเพิ่ม หรือหลีกเลี่ยงการใช้สูตรนี้ค่ะ) จากนั้นก็อาจใช้สำลี ที่ชุบด้วยส่วนผสมนั้น หมาดๆ นะคะ แปะไว้บนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นอีกทีค่ะ เท่านี้ก็ช่วยให้ผิวสดชื่น ช่วยกระชับรูขุมขนอีกด้วยค่ะ
ขอเพิ่มอีกสูตรค่ะ สำหรับสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย อันนี้เป็นสูตรตัวเอง ไม่ได้มาจากข้างขวดค่ะ
วิธีใช้ : นำ Apple Cider Vinegar หรือเจ้า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ล เนี่ยหล่ะค่ะ (เขียนเต็มๆ อีกที ไม่มีย่อ) 1/2 – 1 ช้อน น้ำผึ้ง 2 – 3 ช้อน
หรือจะปรับอัตราส่วนเองก็ได้ค่ะ แต่ควรให้น้ำผึ้ง มีอัตราส่วนที่ มากกว่า น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊ปเปิ้ลนะคะ อย่างที่บอกค่ะ ว่าตัว Apple Cider Vinegar มีความเป็นกรดสูง อาจทำให้ผิวแพ้ง่าย ระคายเคืองได้ง่ายอยู่แล้วค่ะ
ผสมทั้ง 2 อย่าง แล้วก็พอกทิ้งไว้ที่ใบหน้า เว้นบริเวณรอบดวงตาเหมือนเดิมค่ะ ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่นค่ะ
สูตรนี้จะช่วยกระชับรูขุมขน และทำให้หน้าดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ เพราะ apple cider vinegar นอกจากจะ ช่วยกระชับรูขุมขนแล้ว ยังมีฤทธิ์เป็นกรด เพราะฉะนั้น จึงเป็น AHA หรือกรดจากผลไม้ นั่นเองค่ะ ช่วยผลัดเซลผิวได้ค่ะ แต่การใช้ น้ำส้มสายชูหมักจากแอ๊บเปิ้ลนี้ ต้องระวังมากค่ะ เพราะการที่อยู่บนผิวหน้า นานไปก็เกิดอันตรายต่อผิวหน้าได้ค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ที่สาวๆ รู้สึกแสบผิว ไม่ต้องอดทนนะคะ ล้างออกได้เลยค่ะ ไม่งั้นจะพอกให้หน้าใส จะเปลี่ยนเป็นหน้าไหม้ ระคายเคืองค่ะ
Note : เพิ่มเติมค่ะ หลังจากที่ได้ลองมาแล้ว คิดว่าต้องปรับสูตรกันเล็กน้อยค่ะ นั่นคือ ปริมาณ น้ำส้มสายชูแอ๊ปเปิ้ล อาจต้องน้อยกว่า ส่วนผสมอื่นๆ หน่อยค่ะ ที่วีนิก้าเกิร์ล ได้ลอง นั่นคือใช้สูตร Apple Cider Vinegar + น้ำผึ้งค่ะ โดยผสม ACV 1 ช้อนชา + น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา แต่รู้สึกว่า ACV จะมากไปค่ะ  ควรใช้ Apple Cider Vinegar แค่ 1/2 ช้อนชา ก็พอค่ะ เพราะถ้ามากไป มันจะเหลว ไม่ติดผิวค่ะ
Review : ตอนที่ทาหน้า ไม่แสบตาเท่าไหร่ค่ะ แต่จะบอกว่า การสูดดม กลิ่น Apple Cider Vinegar นี่ ก็ทรมานได้เหมือนกันค่ะ ทำให้ไม่สามารถทิ้งไว้ได้นานเท่าไหร่ค่ะ สาวๆ ควรเว้นรอบดวงตา และรอบริมฝีปาก จะดีกว่าค่ะ (ตอนที่ตัวเองทำ ไม่ได้เว้นรอบริมฝีปากค่ะ เลยได้กลิ่นเต็มๆ แฮ่ๆ) ขณะที่ลองใช้ กำลังเป็นสิวอักเสบ 1 เม็ดใหญ่ (แบบกำลังบวมแดงเลยค่ะ)  ไม่แน่ใจว่า ระหว่างการพอกหน้าด้วยสูตรนี้ กับการไปเที่ยวทะเล เจอน้ำเกลือในทะเล อันไหนช่วยมากกว่ากัน เพราะก่อนกลับจากไปเที่ยว สิวก็หายพอดีค่ะ 555555 สรุปว่า น้ำส้มสายชู VS น้ำทะเล ไม่ได้มีอะไรช่วย แต่ไปเที่ยว จิตใจเบิกบาน เลยทำให้สิวยุบซะงั้น!?! อ้ะ!! มั่วค่ะ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่า ตัดเรื่องสิวออกไปก่อนนะคะ
มันจะช่วยลดขนาดได้ ต้องทำกี่ครั้ง อันนี้ขอตอบจากความรู้ ที่ได้มาจากประสบการณ์ + แพทย์ผิวหนังนะคะ ว่ารูขุมขนเนี่ย ไม่สามารถลดขนาด หรือปิดสนิทแบบถาวรได้ ด้วยสกินแคร์ใดๆ ค่ะ สิ่งเหล่านี้ ช่วยทำให้กระชับชั่วคราวเท่านั้นค่ะ สำหรับสูตรนี้ก็เหมือนกันค่ะ เพราะหน้าร้อน อากาศที่ร้อนขึ้น ทำให้รูขุมขนผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น สูตรนี้เป็นแค่วิธีที่ทำให้รูขุมขนที่เปิดกว้างเพราะอากาศ กระชับขึ้นชั่วคราวค่ะ แต่จะได้ประโยชน์ จากกรด AHA ในน้ำส้มสายชูหมัก ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว และ ประโยชน์ในการสมานผิว ลดการอักเสบ และกระชับผิว จากน้ำผึ้งอีกส่วนหนึ่งค่ะ
ถ้าใช้สูตร Apple Cider Vinegar นี้ คิดว่าไม่ควรทำบ่อยมากนะคะ อาจจะ 1-2 อาทิตย์ ต่อครั้ง ก็พอค่ะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ว่ามีฤทธิ์เป็นกรดค่ะ ทำบ่อยเกินไป ผิวอาจจะแห้งมากค่ะ

เคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้


พยายามจะไปรื้อค้นหาสูตรน้ำผลไม้ปั่นมาฝากค่ะ บังเอิญได้ไปเจอข้อมูลใน ELLE  magazine ภาษาไทย ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปก Kylie Minogue ค่ะ ซึ่งมีเรื่อง ล้างพิษเร่งด่วน ฟื้นฟูสุขภาพ ในคอลลัมน์ ellehealth โดยคุณศิริวรรณ สุขวิเศษ
vinegargirl-h-d-01.jpgเคล็ดลับการดื่มน้ำผัก-ผลไม้
  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผลไม้สด ควรเป็นช่วงเช้า หลังตื่นนอน เพราะเป็นเวลาที่ท้องยังว่างอยู่ จะสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้ขับของเสีย และสารพิษได้ดียิ่งขึ้นค่ะ โดยส่วนตัว (ถ้าไม่ลืม) ก็จะทำน้ำ apple cider vinegar ผสมน้ำผึ้ง ดื่มตลอดค่ะ แต่ถ้าเสาร์-อาทิตย์ที่มีเวลาหน่อย ก็จะดื่มน้ำแครอท ที่ใช้เครื่องแยกกากหน่ะค่ะ
  • เวลาที่ดีสำหรับการดื่มน้ำผัก จะเป็นช่วงบ่าย ที่ตอนนี้ฮิตการดื่มน้ำ wheatgrass กันเหลือเกิน ลองเลือกเป็นช่วงบ่ายดูนะคะ เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงการฟื้นฟูความสมดุลของกรด-ด่าง ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวยค่ะ
  • ในร้านพวกสมูธตี้เนี่ย ปกติเค้าจะมีหลายๆ สูตรที่เซ็ตไว้ ซึ่งอาจมีผัก และผลไม้ผสมกันอยู่แล้วนะคะ ซึ่งอันนี้ก็ช่วยให้น้ำผักมีรสชาติที่ดีขึ้นค่ะ เพราะประโยชน์ก็คือ น้ำผลไม้ช่วยล้างพิษ ส่วนน้ำผักจะช่วยซ่อมแซมเซลล์ แต่เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่เวลาค่ะ คือจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ควรดื่มทันทีหลังจากคั้นเสร็จค่ะ เพราะวิตามินในผักและผลไม้จะสลายตัวเร็วค่ะ
  • ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถดื่มน้ำผัก และผลไม้ได้ตลอดนะคะ เราควรงดน้ำผล้ไม้สด ถ้าร่างกายไม่อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เช่นมีการติดเชื้อเป็นเบาหวาน หรือว่ามีปัญหาลำไส้อยู่ค่ะ
  • การ detox ด้วยอดอาหารแล้วดื่มน้ำผัก-ผลไม้ในระยะสั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม อันนี้ถือเป็นวิธีที่ดีค่ะ แต่ไม่ควรทำเป็นระยะยาวนะคะ เพราะถ้าเราไม่ได้รับประทานอาหารที่กากใย จะทำให้มีความผิดปกติของระบบขับถ่าย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพค่ะ

ผิวสวยได้ ภายในครึ่งนาที

อยากฝากเคล็ดลับให้สาวๆ ค่ะ จริงๆ แล้วง่ายมากๆ ถ้าอยากหน้าตาสดใส ผิวพรรณดี มีเลือดฝาดค่ะ ต้องเรียกว่าเป็นทางด่วนผิวสวย สำหรับทั้งสาวๆ และหนุ่มๆ เลยค่ะ
vinegargirl-H-BS
วิธีการมีผิวสวยอย่างรวดเร็ว





  • ให้ก้มตัวลงให้ต่ำที่สุด และพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข่า เท่าที่จะทำได้ค่ะ นิ่งค้างไว้ แล้วนับ หนึ่ง ถึง สามสิบค่ะ
  • เมื่ออ่านจากท่าทางแล้ว เลยลองหารูปการก้มตัวที่ต่ำที่สุดมาให้ดูค่ะ เป็นท่าของการยืดตัวค่ะ และใครที่เล่นโยคะ คงคุ้นเคยกันดีค่ะ ส่วนตัววีนิก้าเกิร์ล ยังไม่เคยฝึกโยคะ นะคะ แต่ได้ทิปนี้มาจากหนังสือค่ะ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วค่ะ ว่าท่าง่ายๆ นี้ ช่วยให้เลือดไหลเวียนทั่วใบหน้า และ หนังศีรษะค่ะ ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดสิวด้วยค่ะ
    ซึ่งการทำท่านี้ ในแต่ละช่วงเวลาของวัน ก็จะให้ประโยชน์ที่แตกต่างกันด้วยค่ะ ลองดูกันค่ะ

    เช้า : ช่วยให้มีสมาธิ โดยเฉพาะในการรับมือกับวันอันยุ่งเหยิงค่ะ ช่วยปลุกร่างกาย และจิตใจให้ตื่นตัวด้วยค่ะ
    กลางวัน : ช่วยเติมพลัง ระหว่างวันค่ะ
    เย็น : ช่วยให้ผ่อนคลาย หัวใจเต้นเป็นปกติ และช่วยควบคุมจังหวะการหายใจค่ะ

    Tips :
    เชื่อว่าหลายๆ คนพยายามก้มให้ศีรษะชิดหัวเข้าแล้ว แต่ไม่สามารถ ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าเราจะงอหัวเข่าเล็กน้อย เพื่อการทำให้สำเร็จค่ะ และอาจสร้างสมดุลด้วยการ นำมือประสานไว้ด้านหลังค่ะ สำหรับใครที่ยังทำไม่ได้ ไม่เป็นไรค่ะ ค่อยๆ ทำไปวันละนิด ร่างกายเราจะค่อยๆ ปรับความยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะทำได้ในที่สุดค่ะ
    ส่วนใครที่มีปัญหา เช่นปัญหาที่หลัง หรือคนที่มีรูปร่างใหญ่ ไม่เป็นไรค่ะ ใช้วิธีนอนก้มหัวลงด้านข้างเตียงแทนได้เลยค่ะ

    ข้อแนะนำเพิ่มเติม คือควรทำทุกวันนะคะ ต่อเนื่องนะคะ วีนิก้าเกิร์ลคิดว่าเป็นท่าออกกำลังกาย ที่ง่ายที่สุดแล้ว 5555 เพราะตัวเองเป็นคนขี้เกียจ เลยพยายามสรรหาท่าที่ไม่ต้องออกแรง หรือพยายามมากมาใช้ค่ะ นำไปทำแล้วเป็นอย่างไร ลองอัพเดทกันบ้างนะค๊าาาา

    6 สุดยอดเครื่องดื่มสลายหน้าท้อง

    6 สุดยอดเครื่องดื่มสลายหน้าท้อง - เคล็ดลับ - ความงาม - ลดน้ำหนัก - เครื่องดื่มสุขภาพ
    “น้ำ” ที่ทำให้หน้าท้องของเราแบนเรียบใช่ว่าจะต้องมีรสชาติไม่น่าอภิรมย์เสมอไปลองกินน้ำเหล่านี้ดูแล้วคุณจะติดใจ!
    1.น้ำเปล่าเสริมรสการทำให้ร่างกายชุ่มชื้นอยู่เสมอ มีความสำคัญมากหากคุณต้องการจะลดน้ำหนัก การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย ช่วยลดอาการบวมน้ำ (ที่เป็นสาเหตุให้ท้องอืดป่องขึ้นมา) และแถมยังช่วยให้คุณรู้สึกอิ่ม จึงกินน้อยลง แต่ถ้าคุณไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า ลองใส่สมุนไพรสด มะนาว ผลไม้ (หรือแม้แต่แตงกวาฝานก็ช่วยได้) เพื่อช่วยให้คุณดื่มน้ำมากขึ้น

    2.สมูธตี้แตงโมตราบใดที่คุณไม่ตักน้ำตาลเพิ่มลงในสมูธตี้ เครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายคุณชุ่มชื้นได้อย่างดี โดยเฉพาะสมูธตี้แตงโมที่มีแคลอรีต่ำเพียง 56 แคลอรีต่อแก้ว ไม่เพียงแต่แตงโมจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก มันยังมีสารอาหารมากมายรวมถึงไลโซพีน ที่ช่วยต้านมะเร็ง รวมถึงกรดอะมิโนชื่อว่า อาร์จินีน ซึ่งการศึกษาตีพิมพ์ใน Nutrition ชี้ว่ามันช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อเรียว จึงช่วยให้หน้าท้องของคุณแฟ่บลงหน่อยนั่นเอง

    3.ชามินต์ใส่น้ำแข็งรสเย็นของมินต์จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก มินต์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายไขมัน แม้แต่อาหารไขมันสูงอย่างเบอร์เกอร์หรือสเต็กก็จะถูกย่อยอย่างรวดเร็ว และลดอาการท้องอืดได้ด้วย

    4.เฟลปเป้สับปะรดสัปปะรดมีสารที่เรียกว่า โบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน ทำให้การย่อยอาหารง่ายขึ้น ช่วยลดอาการท้องอืด นอกจากนี้ การใส่น้ำมันเมล็ดแฟล็กซ์ซึ่งมีไขมันโมเลกุลเดี่ยวไม่อิ่มตัวก็จะช่วยให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย

    5.ชาเขียว
    นอกจากลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งและโรคหัวใจแล้ว ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสุดยอดตัวหนึ่งชื่อว่า คาเทชิน ซึ่งช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้อง ถ้าคุณจิบชาเขียวก่อนออกกำลังกาย มันจะช่วยเพิ่มอัตราเผาผลาญในระหว่างออกกำลังกาย

    6.ดาร์กช็อกโกแลตเชคขัดกับความเชื่อที่ว่ากันว่า ช็อกโกแลตผสมกับนมจะนำมาซึ่งความอ้วน เพราะดาร์กช็อกโกแลตสามารถช่วยให้คุณผอมได้โดยการลดความอยากอาหารอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่แก้วหนึ่งอาจมีถึง 400 แคลอรี คุณอาจจะต้องเตือนใจไว้ว่าช็อกโกแลตเชคถือเป็นมื้ออาหารมากกว่าที่จะเป็นของว่าง ในวันที่คุณรีบ มันจึงเป็นอาหารเช้าที่ดีเชียวล่ะ!

    Credit : Lisaguru.com

    4 กฎทองของการเลือกทรงผม

    ก่อนจะเลือกทรงผม นอกจากความชอบแล้ว ทรงผมยังควรต้องกลมกลืนกับสไตล์การแต่งตัวของคุณด้วย ฉะนั้น ก่อนจะเลือกทรงผมอะไรก็ตาม นี่คือกฎพื้นฐานที่คุณควรนึกถึงเพื่อให้ได้ลุคที่สมบูรณ์แบบ

               --สาวสบาย ๆ อย่าตัดผมสั้นเกินไป สาวที่ชอบลุคแบบสบาย ๆ ไม่เรื่องมาก มักคิดว่าการตัดผมสั้นเหมาะที่สุด แต่ที่จริงแล้วถึงแม้สไตล์ง่าย ๆ สบาย ๆ จะเหมาะกับทรงผมแทบทุกทรง แต่ก็ควรระวังเรื่องการตัดผมสั้นเกินไปด้วย เพราะผมสั้นจะต้องสระบ่อย ซึ่งความมันเยิ้มของเส้นผมทำให้ดูสกปรกมากกว่าดูสบาย ๆ และคุณยังไม่อาจมัดผมหรือเกล้ามวยเพื่อปกปิดผมที่ไม่ได้สระไม่ได้เลย เพื่อให้ได้ลุคที่ดูเหมือนไม่ตั้งใจ เลือกตัดผมแบบเลเยอร์เพื่อให้ผมดูพองสวยและพลิ้วไหวเมื่อสระผม และปล่อยให้แห้งเอง หรือเป่าผมโดยใช้นิ้วสางผม จากนั้น ใช้ที่คาดผมหรือคลิปตัวใหญ่ ๆ ติด เพื่อให้ผมดูสบาย ๆ แต่ยังมีสไตล์อยู่

                --สาวทำงาน เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ คิดถึงเส้นสายที่ดูเรียบง่าย นักธุรกิจสาวส่วนใหญ่มักชอบไว้ผมสั้นและเรียบตรง อย่างเช่น ผมบ็อบยาวแค่คาง เส้นสายที่ไม่วุ่นวายดูดีในโลกของการทำงาน ผมบ็อบของ แอนนา วินทัวร์ คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบสำหรับลุคแบบนี้ แต่ถ้าคุณชอบผมยาว พยายามให้ยาวประบ่าหรือยาวกว่านั้นเล็กน้อย แต่ไม่ควรยาวไปกว่านี้ นอกจากนี้ ไม่ควรให้มีผมเกะกะรอบใบหน้าและไม่ควรตัดผมจนหยิกยุ่ง แต่ถ้ามีลอนเล็กน้อยเพื่อให้ผมดูพองสวยถือว่ารับได้ ทรงผมของชาร์ลอตต์ใน "Sex and The City" เป็นผมยาวที่ดูเหมาะกับมืออาชีพมาก ประโยชน์อีกอย่างของผมยาวก็คือในวันที่ไม่ได้สระผมหรือแต่งทรงไม่ได้ดังใจ ก็สามารถเกล้าเป็นหางม้าหรือทำผมมวยได้
                --สาวเปรี้ยว เติมสีตัดกันเพื่อให้ได้ทรงผมที่ดูเปรี้ยวและทันสมัย เช่น ผมโทนสีแดงเข้ม ๆ ที่มีริ้วสีบลอนด์นุ่ม ๆ จะทำให้ผมทรงใดก็ตามดูเปรี้ยวและแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งผมยาวดูจะเหมาะกับการทำสีสไตล์นี้มากกว่าผมสั้น เพราะการสร้างสีที่ตัดกันบนผมสั้น อาจดูเป็นพังก์ไปหน่อย ในขณะที่ผมยาวปานกลางหรือยาวจะดูน่าสนใจกว่า และดูไม่สุดโต่งเกินไปด้วย

                --สาวเซอร์ อย่าเช็ดผมหรือตัดผมมากเกินไป ลุคแบบโบฮีเมียนเหมาะกับผมยาวและหยักศกน้อย ๆ แบบฝาแฝด แมรี่-เคต และ แอชลีย์ โอลเซ่น แต่หัวใจสำคัญของทรงนี้ก็คือ อย่าซ็ตผมมากเกินไป หรือดัดผมจนเป็นลอนแน่น ๆ ความพลิ้วไหว และลอนผมที่ดูนุ่มนวลคือหัวใจสำคัญ ดังนั้น อย่าใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมมากเกินไปจนทำให้ผมดูแข็งกระด้างระดับความยาวที่เหมาะก็คือยาวประบ่าหรือยาวถึงปีกไหล่ แต่อย่าให้ยาวเกินไป ไม่งั้นจะดูกระเซอะกระเซิงถึงแม้ผมสั้นจะดูไม่ค่อยเหมาะกับโบฮีเมียนเท่าไหร่นัก แต่ถ้าชอบผมสั้น ก็ซอยผมไล่ระดับเป็นชั้นยาว ๆ สักหน่อย แต่อย่าให้ปลายผมเป็นเหลี่ยมมุมหรือชี้ออก จำไว้ว่าลุคแบบนี้เหมาะกับความนุ่มนวลและพลิ้วไหว

    เคล็ดลับสำหรับทุกสไตล์
               ถ้าอยากให้ผมเป็นเงางามและมีน้ำหนักไม่ว่าจะเลือกทรงผมแบบไหนหรือยาวแค่ไหน การทำให้ทรงผมดูดีที่สุดเป็นเรื่องของความเงางาม ความพลิ้วไหว และดูมีน้ำหนัก ดังนั้น รักษาสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรง และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความเงางาม โดยเฉพาะผมยาวจะดูสวยเป็นพิเศษ ถ้าผมสุขภาพดีไม่แตกปลาย ควรเล็มผมเป็นประจำสม่ำเสมอ และทำทรีตเมนต์แบบเข้มข้นสัปดาห์ละครั้ง

    Credit : kapook.com

    โอ้ว! ลดพุง ด้วยยางรัดผม

    โอ้ว! ลดพุง ด้วยยางรัดผม - ด้วยยางรัดผม - ลดพุง
    พุง ถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลรักษารูปร่างของผู้หญิง ดังนั้นเราจึงเห็นผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการลดพุงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่ว่าจะเป็นการซิทอัพ หรืออดอาหารก็ตามที

    แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น การลดพุงได้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ สบาย ๆ ไปเสียแล้ว ในเมื่อพวกเขาสามารถที่จะมีหน้าท้องที่แบนราบได้ โดยที่ไม่ต้องอดอาหารหรือออกกำลังกายกันอย่างหนัก พวกเขาเพียงแค่มีหนังยางเส้นเดียวเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

    ลดพุง ด้วยยางรัดผม
    ง่าย ๆ เลยจากการที่เราทิ้งตัวลงนั่ง เหยียดขาให้ตึง โดยที่เท้าทั้งสองข้างแนบชิดกัน และยกปลายเท้าตั้งขึ้น จากนั้นก็นำยางรัดผมแบบหนา (อาจจะมีส่วนผสมของไหมพรมเพื่อไม่ให้รัดจนเจ็บเกินไป) มาคล้องลงไปในหัวแม่เท้าทั้งสองข้างที่ติดกัน (อย่าพยายามให้ส้นเท้าแยกจากกัน) เสร็จแล้วก็นอนราบลงกับพื้น เพียง 5 นาทีต่อวัน พุงของคุณก็จะสามารถแบนราบได้โดยที่ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อย


    ลดพุงด้วยยางรัดผม
    ลดพุงด้วยยางรัดผม


    ซึ่งวิธี "ยางรัดผม ลด พุง" นี้ คนที่คิดค้นเขาบอกว่า เมื่อกระดูกบั้นเอวเกิดอาการเบี้ยว โย้เย้ อยู่ไม่ตรงที่แน่นอนนั่นเอง เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กล้ามเนื้อบั้นเอว และหน้าท้องของเรานั้นหยุดการทำงานที่ดีไป

    ลดพุงด้วยยางรัดผม

    ดังนั้นเมื่อเราได้ใช้หนังยางรัดลงไปที่นิ้วหัวแม่เท้า ซึ่งเป็นจุดสำคัญของร่างกายที่จะไปช่วยบังคับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ทำงานดีขึ้นและตรงเป้าหมาย ช่วยให้กระดูกบั้นเอวของเรากลับคืนมาสู่ในที่ตั้งอันมั่นคง เป็นปกติ คือไม่เบี้ยวโย้เย้ กล้ามเนื้อหน้าท้องและรอบบั้นเอวก็จะค่อย ๆ แบนราบลง
    ข้อที่ควรระวังที่มีนั้นก็จะมีเพียงว่า

    1...ตอนที่ทำอยู่ถ้าเกิดอาการปวดที่ท้องน้อยขึ้นมาอย่างแรงแล้วละก็ขอให้งดการทำเสียทันที
    2...อย่าทำมากเกินขนาดเป็นเวลานานเกินกว่าเวลาที่กำหนดไปมาก ๆ เป็นชั่วโมง

    โอ้โห...สุดยอดไปเลยใช่มั้ยละคะ น่าทึ่งจริง ๆ ขอยกนิ้วให้คนญี่ปุ่นเขาเลยจริงๆคะ

    ขอบคุณข้อมูลและภาพ :
    http://suay.info

    เคล็ด(ไม่) ลับ ฉีด "น้ำหอม" อย่างไรให้กลิ่นติดทนนาน

    ถ้าพูดถึงน้ำหอม เชื่อว่าใครหลายคนก็คงต้องใช้กัน เพราะความหอม ที่หอมสมชื่อ…คนส่วนใหญ่อยากให้น้ำหอมติดทนนานไปจนถึงเวลากลับบ้าน…แล้วรู้ ไหมว่า การฉีดน้ำหอมให้ติดทนนานต้องทำอย่างไร? วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่) ลับมาฝากกันค้า!
    ขั้นแรกต้องพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อเลยค่ะ 

    การเลือกใช้น้ำหอมอย่างเหมาะสม
    เราควรเลือกกลิ่นหอมที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองนับว่าดีที่สุด น้ำหอมแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมดังนี้

    โคโลญจน์ หรือ Eau de Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5%
    ทอยเล็ตต์ หรือ Eau de Toilette เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8%
    เพอร์ฟูม หรือ Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18% ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุด

    ระหว่างการเลือกซื้อนั้น

    สาวๆ อย่าลองกลิ่น เกินสามกลิ่น ติดต่อกันนะคะ เพราะนั่นจะทำให้จมูกไม่สามารถแยกแยะกลิ่นที่เป็นกลิ่นของน้ำหอมจริงๆ ได้ และควรเลือกซื้อในช่วงเย็นนะคะ นั่นเป็นช่วงเวลาที่จมูกรับรู้กลิ่นได้มากที่สุดค่ะ เอาเป็นว่าคุณสาวๆ ต้องใช้เวลาสักหน่อยค่ะ อย่าใจร้อนเพื่อให้ได้กลิ่นที่ถูกใจที่สุดจริงๆ

    เมื่อได้น้ำหอมมาแล้ว
    คราวนี้ก็มาดูวิธีใส่น้ำหอมที่ซื้อมากันดีกว่าค่ะ ก่อนฉีดน้ำหอมควรหลีกเลี่ยงโลชั่นทาผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมนะคะ หรือถ้าจะทาโลชั่นควรทาโลชั่น กลิ่นเดียวกันกับน้ำหอมค่ะ ไม่งั้นจะทำให้กลิ่นตีกันค่ะ พรมน้ำหอมที่บริเวณลำตัว ข้อมือ และลำคอ ค่ะ เมื่อฉีดน้ำหอมที่ข้อมือแล้ว ถ้าถูข้อมือทั้งสองก็ช่วยให้น้ำหอมมีกลิ่นที่อ่อนโยนลงค่ะ หรือสาวๆ จะใช้วิธีฉีดพ่นน้ำหอมไปข้างหน้า แล้วเดินตามไปรับละอองของน้ำหอมก็ได้นะคะ วิธีนี้จะช่วยให้คุณหอมทั้งตัว และเส้นผมด้วยกลิ่นที่ไม่ฉุนจนเกินไป


    เด็ดเคล็ดลับที่ไม่มีใครรู้ก็คือ
    ฉีดน้ำหอมลงบริเวณหลังหัวเข่าทั้งสองค่ะ เพราะกลิ่นจะลอยขึ้นสูง ทำให้กลิ่นกระจายกลิ่นหอมได้ทั่วตัวอย่างแท้จริง
    ค่ะ

    ฉีดน้ำหอม

    ขอบคุณข้อมูลและภาพ : http://women.mthai.com/ , http://www.newseasonbeauty.com/

    เทคนิคการเปลี่ยนแสกผม ง่าย!!

    เทคนิคการเปลี่ยนแสกผม ง่าย!! - เคล็ดลับ - ทรงผม - เปลี่ยนแสกผม

    สาวๆ หลายคนอาจเคยพยายามที่จะเปลี่ยนแสกผมใหม่ แต่หวียังไงๆ เส้นผมก็ไม่ยอมเปลี่ยนแสกตามที่ใจต้องการซะที...จะด้วยวิธีโดยการใช้กิ้บติดไว้ผมก็เสียเป็นรอยคลื่น จะใช้ไดร์ร้อนๆเป่า ผมก้อคงแห้งกรอบกันพอดีกว่าจะแสกได้ดังใจที่ต้องการ..


    นั่นเป็นเพราะเส้นผมถูกฝึกให้ตกไปตามแสกนั้นจนชิน คุณต้องฝึกเส้นผมซะใหม่ โดยก่อนเข้านอนก็ทำเส้นผมให้เปียก แล้วทาเจลลงบนโคนผม จากนั้นก็หวีแสกตามต้องการ แล้วรวบไปมัดเป็นหางม้าเอาไว้ ทำอย่างนี้ซักสองสามวัน คุณก็จะได้รอยแสกผมใหม่ตามต้องการอย่างแน่นอน

    Credit : Lisaguru

    วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2555


    Beauty & Makeup

    สวยเริ่ดท้าลมหนาวกับเทรนด์กับลิปสติกสีสันสุดสวย
    ลิปสติกสีสวยเริ่ดท้าลมหนาวด้วยโทน ส้ม แดง ชมพูแปร๊ด Shocking Pink มาแรงส่งท้ายปี 2011 สวยเริ่ดท้าลมหนาว แต่สไตล์การแต่งหน้าด้วยลิปสติกสีเข้มทำให้สาวสาวหลายคน เกิดอาการกลุ้มใจ เนื่องจากคิดไม่ออก บอกไม่ถูก กลัวว่าจะไม่เข้ากับตัวเอง หรือไม่รู้ว่าควรใช้สีโทนไหนถึงจะออกมาดูดี จะเลอะง่ายหรือเปล่านะ magazine.trendyday.com ได้เวลาเปลี่ยนโฉมคุณให้สวยท้าลมหนาวด้วยลิปสติกสีสันสวยเข้ม สร้างความมั่นใจได้ทุกโอกาสงานสังสรรค์เลยคะ
    วิธีการเลือกสีลิปสติกให้เข้ากับสีผิวของแต่ละคนจะช่วยเพิ่มเสน่ห์ และสร้างความมั่นใจได้ดีทีเดียว

    สีแดง (Red Lipstick) ลิปสีแดงโดดเด่นรับใบหน้าของสาวผิวหน้าได้เป็นอย่างดี หยิบมาทาเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นสาวเปรี้ยวได้ในพริบตา ส่วนสาวผิวเข้มที่อาจไม่มั่นใจกับสีแดง ต้องรีบเปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลยคะ เพราะความคมเข้มของคุณถือเป็นเสน่ห์ให้การแต่งเติมลิปสติกสีแดงได้อย่างดี แต่ควรเลือกใช้โทนสีแดงสดแบบสีมะเขือเทศ รับรองว่าออกงานคราวนี้เด่นแซงหน้าแน่นอนคะ
    สีส้ม (Orange Lipstick) เพื่อความน่ารักสดใสให้กับสาวสาวในหนาวนี้ ต้องเลือกลิปสติกสีส้มแบบพลาสเทลเติมความชุ่มชื่นอีกนิดด้วยการทาลิปกรอสทับ สวยใสสไตล์เกาหลีได้เลยคะ แต่ถ้าอยากเพิ่มความเปรี้ยวจี๊ดไม่ควรพลาดลิปสติกส้มสด เพิ่มความเด่ดชัดได้อย่างอินเทรนด์ไม่แพ้สไตล์พลาสเทล
    สีชมพู (Shocking Pink Lipstick) โทนสีชมพูเป็นสีติดกระเป๋าของใครหลายคนได้ทุกซีซั่นนะคะ ไม่ว่าจะหยิบมาใช้ตอนไหนก็ไม่มีเอ้าท์ ถึงคิวของหน้าหนาวที่จะหยิบทาให้สวยเชิดในโทน Shocking Pink สำหรับสาวผิวหยวกกล้วยสอบผ่านฉลุย แต่สาวผิวสองสีต้องระวังสักนิดควรเลือกชมพูอมน้ำตาลจะดูเข้ากับสีผิวของคุณมากกว่าแน่นอนคะ
    Tips! วิธีดูแลริมฝีปากในช่วงหน้าหนาวเพื่อจะได้อวดเรียวปากสวย
    ด้วยลิปสีสดใส
    ในช่วงหน้าหนาว สาวหลายเกิดอาการปากแห้งแตก ลอกเป็นขุยทำให้เกิดอาการเสียความมั่นใจ งานนี้หมดกังวลได้เลยคะ วิธีรักษาและดูแลริมฝีปากในช่วงหน้าหนาวง่ายนิดเดียว เพียงคุณทาปิโตรเลียมเจลลี่ หรือหากจะเรียกชื่อที่คุ้นเคยอย่างชื่อยี่ห้อ วาสลีน ทุกคนคงรู้จักเป็นอย่างดีคะ นำทาเป็นลิปมันเวลาปากแตกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีกปากของคุณ คราวนี้เวลาทาลิปสติกสีจะได้มีความสวยสม่ำเสมอ แถมความมั่นใจให้ อวดริมฝีปากได้อย่างเริ่ดเริ่ดเลยคะ


    เติมความสวยให้เรียวปาก  ด้วยวิธีเลือกลิปสติก
    ลิปสติกเครื่องลำอางค์ชิ้นโปรดของสาวสาว สำหรับแต่งแต้มเติมเต็มเรียวปากให้ดูสวยอวบอิ่ม เพิ่มเสน่ห์สำหรับการฉีกยิ้มให้กว้างได้อย่างมั่นใจ แต่สารพัดสีสันของสิปสติกอาจมีปัญหาในการเลือกแต่ง trendyday เสนอวิธีการเลือกสิปสติกให้หลากหลายรูปแบบ  และความเหมาะสมของการทาลิปสติกมาปากกัน
    ลิปสติกหลากหลายแบบ
    - ลิปคัลเลอร์ เป็นลิปสติกที่มีเนื้อสีเข้มข้น เหมาะอย่างยิ่วสำหรับสาวสาวที่มีริมฝีปากคล้ำ เพื่อเรียกความสวยสู่เรียวปากได้อย่างมั่นใจ หากต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปาก ควรทาลิมปาล์มเพื่อช่วยเกลี่ยให้ผวเรียบ และปกป้องรังสียูวี ทาเป็นรองพื้นก่อนทาลิปคัลเลอร์ในขั้นตอนต่อไปคะ


    - ลิปไลเนอร์ ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เรียวปากของคุณได้รูป เน้นขอบริมฝีปากได้อย่างชัดเจน สามารถใช้ลิปไลเนอร์หลังจากที่ทาลิปสติกแล้ว


    - ลิปกรอส เป็นลิปชนิดเหลวเนื้อโปร่งแสง สาวสาวหลายคนเลือกใช้ลิปกรอสในวันสบายสบาย เป็นการเพิ่มสีสันให้เรียวปากได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลิปกรอสมีให้เลือกหลายแบบทั้งแบบประกายมุขสำหรับคนชอบเลื่อมวิบวิบวาววาว หรือแบบธรรมดาก็สวยไม่น้อย


    - ลิปชิมเมอร์ ลิปที่มีเนื้อมุขแวววาว สำหรับสาวสาวที่ต้องการเพิ่มความโดดเด่น เปลี่ยนลุคส์เป็นสาวเปรี้ยว ลิปชิมเมอร์ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอนคะ


    การเลือกใช้ลิปสติก
    - ขนาดของริมฝีปาก การที่จะเลือกทาลิปสติกให้สวย ควรเริ่มต้นดูจากริมฝีปากของแต่ละคน สำหรับผู้ที่มีริมฝีปากบาง ควรเลือกลิปกรอสเพิ่มความอวบอิ่มให้สีปากโดดเด่นขึ้นมา หรือเลือกให้ลิปสีอ่อน เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ดูสวยสมสัดส่วนรับกับใบหน้า แต่สำหรับสาวสาวที่มีริมฝีปากหนา ควรเลือกเริ่มทาลิปสติกบนริมฝีปากแล้วลงคอนซีลเลอร์บางเบาที่มุมปาก และขอบนอกด้านข้างของริมฝีปากล่างจะช่วยจัดรูปปากให้ดูเข้าที่มากขึ้น จากนั้นแต้มลิบกรอสกลางริมมีปากตาม

    - เนื้อลิปสติก เนื้อสเตน Stain หรือทินท์ มีลักษณะกึ่งน้ำผสมสี จะสามารถซึมลงสู่ริมฝีปากได้ง่าย ทำให้สีติดทนติดนาน ถ้าเลือกสีเข้มหรือสีแดง แล้วใช้คุ๋กับลิปกรอสก็จะเพิ่มเสน่ห์ได้อย่างมากเลยคะ

    - สีผิวของริมฝีปาก สำหรับสาวสาวที่มีริมฝีปากสีขาว อมชมพู เลือกใช้ลิปกรอสสีชมพู แดง ส้ม หรือเฉดสีอ่อนจะทำให้ริมฝีปากของคุณน่าประทับใจ แต่ถ้าหากเป็นสาวริมฝีกปากสีเข้ม ควรเลือกทาลิปสีเข้ม เฉดน้ำตาล หรือโทนเบอรี่จะดูดีขึ้นมาทันที หรือว่าอยากเปรี้ยวก็เลือกสีแดงได้เลย แต่ขอแบบเข้มสักนิดนึง ถึงจะดูสวยเจิดคะ

    - กาลเทศะ และโอกาส นอกจากความสวยที่พกติดตัวมาแล้ว เรื่องของกาลเทศะ และโอกาสในการหยิบสีลิปสติกที่แตกต่างกันมาเติมลงบนริมฝีกปาก ก็เป็นเรื่องที่ต้องนึกถึง บางสถานการณ์เหมาะกับลิปสติกบางสี อย่างวันทำงานควรเลือกโทนสีธรรมชาติ แต่ถ้าไปงานปาร์ตี้เลือกสีเฉดเปรี้ยวเข้ม เพิ่มกริตเตอร์ประกายวิ๊งได้อย่างไม่มีกฏเกณฑ์

    ทริปการเลือกลิปสติกจัดมาเพียบรับทุกสภาพริมฝีปาก สาวสาวเลือกได้พร้อมใส่ความมั่นใจลงไปในการแต้มลิปสติก เชื่อหรือไม่ว่าลิปสติกแท่งตัว สามารถเปลี่ยนลุคส์คุณให้ดูสวยสดใสได้อย่างน่าประทับเลยคะ~
    How to get Smokey Eyes
    สาวไทยอย่างเรา อยากแต่งแนวสโมกกี้อายกันทุกคนหล่ะคะ แต่บางคนยังไม่มั่นใจ ไม่รู้ว่าจะแต่งแนวไหนให้ดูสวยดีนะ ??
    การแต่งแนวสโมกกี้อายเป็นเรื่อง Easy มากคะ ส่วนเรื่องการแต่งตัวก็หายห่วง เพราะการแต่งหน้าแนวสโมกกี้อาย สามารถเข้าได้ง่ายกับเสื้อผ้าทุกสไตล์ค่ะ
    ยิ่งจะให้ดีที่สุดต้องเลือกแบบที่เป็นตัวเราจะได้เพิ่มความมั่นใจเต็มร้อยค่ะ
    trendyday Present เคล็ดลับง่ายๆ รวมถึงขั้นตอนที่ถูกต้องการแต่งตาแบบสโมกกี้ ให้ได้ไปแต่งสวยกันถ้วนหน้าค่ะ
    แต่ก่อนเข้าขั้นตอนในการแต่งหน้า อย่าลืมว่านึกก่อนนะคะ ว่าวันนี้จะแต่งหน้าออกงานไหน กลางวัน กลางคืน
    ลักษณะตา แบบชั้นเดียว ตาสองชั้น ตาจะได้ดูโดดเด่นไฉไลสุดสุด ไปเลยคะ ถ้ารู้แล้วว่าควรไปในทิศทางไหน ก็ลองทำตามขั้นตอนได้เลยคะ
    1. จุ่มปลายพู่กันที่เปียกหมาดๆ ลงในอายแชโดว์สีเข้มที่สุด เท่าที่จะเข้มได้เลยนะคะ แล้ววาดเป็นเส้นตามแนวขนตาบน
    2. รีบหน่อยๆ ก่อนที่อายแชโดว์จะแห้ง ก็มองขึ้นข้างบนแล้วกะพริบตา
    (วิธีนี้จะทำให้เกิดคราบสีบนเปลือกตา) แล้วทาอายแชโดว์สีกลาง ตามแนวที่เกิดขึ้น
    3. จากนั้นมาตามด้วยอายแชโดว์สีอ่อนสุด บริเวณเหนือรอยพับบนเปลือกตา
    ทาเรื่อยไปจนถึงโหนกคิ้ว
    4. ถ้าอยากให้ดวงตาทาดูโตขึ้น เลือกอายแชโดว์สีเหลือบมุก หรือสีสว่าง ทาลงบนบริเวณหัวตา
    5. ปิดด้วยการใช้ดินสอเขียนตาวาดขอบตา ใช้ก้านสำลีเกลี่ยให้ดูนุ่มนวน เท่านี้ก็เจิด ได้ไม่อยากเลยใช่ไมคะ
    ตบท้ายด้วย Tip เบาเบา สำหรับสาวตาสองขั้น และสาวตาชั้นเดียว เพิ่มเสริมความมั่นให้แจ่มสุดสุด
    สาวสาวตาสองชั้น เลือกอายแชโดว์โทนสีเข้ม ไล่ตั้งแต่หัวตามาถึงปลายหางตา แล้วเขียนอายลายเนอร์ให้หางตาตรงหรือกระดกเส้นปลายหางตายาวเฉี่ยวขึ้น
    สาวสาวตาชั้นเดียวให้ใช้ดินสอเขียนบริเวณขอบตาล่างชิดขอบตาให้มากที่สุด และลากเส้นจากหางตามาถึงกึ่งกลางตาก็พอ เส้นขอบตาจะช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้น
    สุดท้ายดัดขนตาและปัดมาสคาราให้ขนตางามงอน เพียงแค่นี้ก็อินเทรนด์แล้ว”
    เขียนเส้นสวยเพิ่มเสน่ห์ ด้วยเทคนิคกรีดอายไลเนอร์
    ในวันที่เร่งรีบ สาวสวยหลายคนอาจเกิดอาการนอยกับการแต่งหน้า หรือแม้แต่จะหยิบอายไลเนอร์ขึ้นมากรีดเพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้กับดวงตาคู่สวย แต่ Make up Stylistอย่าง trendyday ยอมไม่ได้ที่จะให้สาวสาวเดินออกจากบ้านแบบไม่แต่งแต้มสีสันลงใบหน้า เลยต้องสรรหาวิธีสร้างเสน่ห์ด้วยจุดเด่นที่สุดของใบหน้าอย่างดวงตา ด้วยเทคนิคการกรีดอายไลเนอร์มาฝาก แบบใช้เวลาไม่นาน พร้อมออกจากบ้านได้อย่างอินเทรนด์


    ชนิดของอายไลเนอร์
    - อายไลเนอร์แบบดินสอ: ถือว่าเป็นอายไลร์เนอร์รุ่นแรก สำหรับแต่งเติมความสวยให้กับสายสาวสาว แต่สาวหลายคนอาจส่ายหน้าให้กับอายไลเนอร์แบบดินสอ เพราะบ่อยครั้งการเขียนอายไลน์เนอร์แบบนี้จะทำให้เปลือกตาเลอะง่าย เปลือกตาจะดำตลอดวันแบบไม่งามแน่นอน ซึ่งอายไลเนอร์แบบดินสอจะเหมาะกับการแต่งหน้าเบาเบา เพียงแค่วาดเป็นเส้นเล็กๆ ไม่ต้องหนามากก็จะดูโอแคแล้วคะ


    - อายไลเนอร์แบบลิควิด หรือแบบน้ำ: หากคุณเป็นสาวมือใหม่ในการกรีดอายไลน์เนอร์ แบบลิควิด หรือแบบน้ำ อาจจะทำคุณลำบากสักเล็กน้อย เนื่องจากอายไลเนอร์แบบลิควิด หรือแบบน้ำต้องใช้ความชำนาญนะคะ ถึงจะได้เส้นที่สวย คมตามรูปที่ต้องการ สไตล์นี้เหมาะสำหรับการเมคอัพแบบสีสันสดใส อายไลเนอร์จะติดทน ติดนานตลอดทั้งวันเลยคะ


    - อายไลเนอร์แบบอัดแข็ง: เน้นการแต่งหน้าแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูโอเว่อร์เกินไปแต่สวยคมเข้มได้คล้ายการกรีดอายไลเนอร์ชนิดน้ำ เติมสีสันที่ใบหน้าแบบอ่อนอ่อน เน้นความโดดเด่นที่ดวงตา ดึงดูดเสน่ห์ได้อย่างน่าค้นหาคะ


    - อายไลเนอร์เนื้ออายแชโดว์: สำหรับวันสบายสบาย ต้องกรีดตาด้วยอายไลเนอร์เนื้ออายแชโดว์ เพิ่มเติมความคมเข้มให้ดวงตา แบบครั้งคราวโดยที่ไม่ต้องซื้ออายไลเนอร์ เพียงนำอายแชโดว์ที่มีสีเข้มมาใช้แทนได้อย่างสบายกระเป๋า ใช้พู่กันปลายเรียวจุ่มน้ำเล็กน้อย จากนั้นก็วาดเส้นอายไลเนอร์ด้วยอายแชโดว์ให้คุณได้สวยเลยคะ
    วิธีกรีดอายไลเนอร์ให้ได้เส้นสวยตามรูปตาที่ต้องการ
    - การกรีดตาให้สวยตามรูปที่ต้องการ เทคนิคง่ายง่ายง่ายสามารถให้ได้ทุกชนิดอายไลเนอร์คือการอายแชโดว์แบบดินสอแต้มจุดเล็กๆ เป็นเส้นตามรูปที่เราต้องการแล้ววาดไปตามเส้นจะทำให้ได้เส้นสวยงาม เทคนิคอีกข้อหนึ่งในการดึงหนังตาข้างหนึ่งขึ้นด้านบน และอีกข้างหนึ่งหรี่ตาเพื่อความสะดวกในการมองเห็น จากนั้นค่อยค่อยวาดอายไลเนอร์ให้ชิดขอบตามากที่สุด สำหรับมือใหม่การกรีดอายไลเนอร์อาจไม่ใช่เรื่องง่ายต้องอาศัยการฝึกฝน แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือการทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตาไม่ให้เกิดความมัน จะช่วยทำให้อายไลเนอร์ไม่เลอะเทอะ ติดทนนานได้อย่างสวยงามนะคะ

    สำหรับสาวหมวย ตาเล็ก ควรเขียนอายไลเนอร์ด้วยการวาดเส้นหนาบริเวณหัวตาบน แล้วค่อยค่อยวาดตามเส้นขอบตา จะช่วยทำให้ตาของสาวหมวยดูโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างมีเสน่ห์  สาวตาโต ตาบวม เขียนอายไลเนอร์ตามเส้นขอบตา แล้วลดความบวมของตาด้วยการเฉดอายแชว์โดว์สีเข้มทับลงไป เท่านี้ก็เวิร์คแล้วคะ

    ติดขนตาปลอมให้สวย  ด้วยเทคนิคง่ายง่าย
    ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยบางวันฝกตก แดดออก ทำเราสับสนอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ สภาพอากาศแปรปรวณอย่างนี้ทำเอาสาวสาวหลายคนเกิดอาการเซงนิดนิด ทำเอาไม่อยากลุกขึ้นมาแต่งหน้าเพราะกลัวว่าจะเหนียวเนอะ ไม่สวยเช้งอย่างเคย trendyday บอกเลยว่า คิดผิดแล้วคะ ความสวยของคุณสาวสาวต้องมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลง หรือเวลาจะเปลี่ยนไปนะคะ ^^** แวะมาที่ความงามกันต่อ trendydayจะพาไปเพิ่มสีสันและลูกเล่นที่ใบหน้าเพียงจุดเดียวคือ ดวงตา…
    เคยสังเกตุกันหรือเปล่าคะว่านางแบบบน catwalk นอกจากเสื้อผ้าดีไซน์ล้ำ รูปร่างที่ได้สัดส่วน อีกสิ่งหนึ่งที่สะดุดตา ชวนมองก็คือ ขนตายาวงอนงามที่เรียงตัวอย่างสวยงาม สนับสนุนให้ดวงตาดูสวยเด่น ผสมผสานอย่างลงตัวกัสเต็ปเมคอัพอื่น เพิ่มอณูของความเปล่งประกายแบบครบเซตกันเลยทีเดียวคะ แต่เทคนิคการติดขนตาปลอมให้เนียน ดูเป็นธรรมชาติ เหมือนกันนางแบบนั้นไม่ใช้เรื่องยากอย่างที่หลายคนคิดนะคะ ถึงเวลาปฏิบัติการ ขนตาปลอม สวยสวยอินเทรนด์ไม่เด้งไม่กล้าออกจากบ้านนะคะ

    ติดขนตาให้สวยแน่นหนึบ
    คนที่ยังไม่เคยลองติดขนตาปลอมเอง ลองดูวิธีการที่ trendyday เอามาฝากกัน แบบสะดวก สวยทันใจคะ

    ตอนแรกเริ่มเริ่มต้นจากดัดขนตาจริงให้งอนได้รูปซะก่อน (เพียงแค่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วมองต่ำ ใช้ที่ดัดขนตาสอดเข้าไปให้ใกล้โคนขนตามากที่สุด จากนั้นหนีบเบาเบา ทำซ้ำสัก 2-3 ครั้ง แล้วเลื่อนที่ดัดขนตามาช่วงจากช่วงโคนสักเล็กน้อย และหนีบเบาเบาอีกครั้งหนึ่ง วิธีง่ายๆ สำหรับการดัดขนตาจริงนะคะ)
    ใช้แหนบดึงขนตาออกจากกล่อง แล้วจัดแต่งทรงขนตาสักหน่อย
    บางทีขนตาปลอมจะยาวกว่าขนตาจริงมาก ก็เลยต้องตัดปลายออกแต่เดี๋ยวก่อน!! ก่อนตัดต้องเอามาทาบที่ตาก่อนว่าต้องการความยาวแค่ไหนถึงจะพอดีกับตานะคะ


    ติดกาวที่ขนตาปลอม ใช้คัตตอนบัดหรือปลายแปรงแต้มกาวสำหรับติดขนตา ทาให้ทั่วสม่ำเสมอที่รากขนตาปลอม
    แล้วนำมาติดบริเวณรากขนตา ทิ้งระยะเวลาให้กาวซึมสัก นับ1-20 แล้วค่อย ใช้นิ้วที่ถนัดแตะตรงกลางขนตาเบา ๆ แล้วค่อยกดด้านหัวตาและหางตาให้ขนตาปลอมแนบติดมากยิ่งขึ้น


    ถ้าอยากให้สวยยิ่งขึ้น ต้องใช้อายไลเนอร์เขียนที่ขอบตา และปัดมาสคาร่าทับหลังจากที่ดัดขนตาเสร็จ แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับการติดขนตาปลอมแบบธรรมชาติเท่านั้นนะคะ ส่วนขนตาที่ประดับด้วยเพชร หรือขนตาขนนก ไม่ควรเลยนะคะ เพราะตัวขนตานั้นก็สวยเด้งอยู่เต็มที่แล้ว


    หลังจากผ่านขั้นตอน การติดขนตาให้สวยแน่นหนึบ ไปแล้ว ลองมาดูขั้นตอนสุดท้ายในการทำความสะอาดหน่อยนะคะ ดึงขนตาปลอมออกอย่างเบามือระมัดระวังสักหน่อย แล้วควรรีบล้างทำความสะอาดโดยทันที ไม่ควรปล่อยข้ามคืนเด็ดขาดนะ เพราะจะเป็นการสั่งสมของเชื้อโรคจากฝุ่นละอองที่เจอมาตลอดทั้งวัน เป็นเหตุให้เกิดอาการแพ้ระคายเคือง จึงควรทำความสะอาด โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทอายส์เมคอัพรีมูฟเวอร์ หรือคลีนซิ่งออยล์มาเช็ด ล้างทำความสะอาดเท่านี้ก็สวย สะอาด ปราศจากเชื้อโรค
    เลือกขนตาปลอมได้ตามความต้องการของสาวแต่ละคน ไม่ว่าจะแบบธรรมชาติ แบบแฟนซีติดเพชร หรือติดขนนก ขอเน้นเรียงตัวให้สวยงาม และเลือกให้เหมาะกับสถานที่ เท่านี้ก็สวยวิ๊ง ปริ๊งปริ๊ง กับขนตาปลอมคู่โปรดนะคะ ~
    ถนอมผิวเนียนสวย  ด้วยวิธีการเลือกใช้สุดยอดผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว
    ความสวยกับผู้หญิง สองสิ่งที่อยู่คู่กัน อย่างไม่มีวันแยกออกจากจากกันได้ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้รับความนิยมจาก
    ผู้หญิงในการประทินโฉมให้ดูสวยงามอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผิวของคุณ ย่อมปรากฏความสวยผ่านทางเรือนร่าง และผิวพรรณจนน่าสัมผัส แต่วิธีการเลือกผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสภาพผิว ทั้งครีมบำรุงผิว มอยเจอร์ไรเซอร์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นที่ผู้หญิงควรให้ความสำคัญ
    ครีมบำรุงผิวจัดอยู่ในกลุ่มเครื่องลำอางค์ ซึ่งประกอบด้วยน้ำ และส่วนที่เป็นไขมันแตกตัวกระจายอยู่ในส่วนของน้ำ โดยนิยมใช้ทาเพื่อความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง นุ่มชุ่มชื่น ไม่หย่านคล้อยก่อนเวลาอันควร เป็นสิ่งที่สาวสาวทุกคนปรารถนาอย่างแน่นอน ฉะนั้นวิธีการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งขั้นตอนในการทาครีมบำรุงก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งบางครั้งหลายคนอาจมองข้ามไป เทรนดี้เดย์จึงแวะมาเสนอเคล็ด(ไม่)ลับกันนะคะ

    - ผิวแห้ง : เลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของสารที่ให้ความมันและความชุ่มชื้นมากกว่าปกติ ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อย่างมอยเจอไรเซอร์ชนิดเข้มข้น โดยสังเกตจากคุณสมบัติของครีมบำรุงผิว หรือสามารถถามจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจะทำให้สามารถเลือกครีมได้ตรงตามลักษณะของผิวนะคะ


    - ผิวมัน : ควรเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ระบุข้างผลิตภัณฑ์ว่าเป็นชนิดออยล์ ฟรี (Oil Free) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่น ไม่ทำให้ใบหน้ามันเยิ้ม ไม่ต้องเสียเวลามาซับหน้าอยู่ตลอดทั้งวันนะคะ


    - ผิวหมองคล้ำ มีปัญหารอยเหี่ยวย่น : นอกจากการหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดด การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมโดยเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของอัลฟ่าไฮดรอกซี่ แอซิค (Alpha Hydroxy Acid :AHA) เพราะคุณสมบัติของ AHA จะช่วยเร่งเซลล์ผิวที่ตายแล้วในชั้นหนังกำพร้า ทำให้ผิวของคุณดูขาวสวย กระจ่างใจ ตามที่ต้องการเลยคะ

    Tips อีกทางหนึ่งควรสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง หากผิวหน้าหรือผิวกายของคุณแพ้งายนะคะ เพื่อความสวยอย่างปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ที่คุณผู้หญิงเลือกจึงควรต้องผ่านการทดสอบจากการทางแพทย์มาแล้วนะคะ ว่าไม่เกิดอาการระคายเคือง และไม่มีส่วนประกอบของสารที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว
    ขั้นตอนในการทาครีมบำรุงผิว
    ส่วนผิวหน้า
    - ทำความสะอาดผิวหน้าให้เกลี้ยง หมดจด ปราศจากสิ่งสกปรกจากมลภาวะหรือสภาพแวดล้อมที่เจอมาตลอดทั้งวัน จากนั้นค่อยบีบครีมลงบนฝ่ามือประมาณ 1 ข้อนิ้ว ไม่ควรมากเกินเพราะจะทำให้ฝบหน้าของคุณเหยิ้ยมได้ในพริบตา

    แต้มครีมทาเป็นบริเวณ 5 จุด คือแก้มทั้งสองข้าง หน้าผาก จมูก และบริเวณส่วนคาง จากนั้นทาครีมให้ทั่วโดยเริ่มจากบริเวณแก้มแล้วทาขึ้นด้านบน ไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งไม่ควรทาขึ้นลง เพราะจะทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย เมื่อทาบริเวณแก้มแล้วจึงมาทาในบริเวณอื่นทั้งหน้าผาก จมูก โดยเว้นบริเวณรอบดวงตา เนื่องจากบริเวณรอบดวงตาเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การทาครีมบริเวณรอยดวงตานั้นควรเริ่มจากหัวตาหรือหางตา แล้วทาไปในทิศทางเดียวให้ทั่วบริเวณรอบดวงตา

    ส่วนผิวกาย
    - การทาครีมบำรุงผิวกาย เริ่มแขน ควรทาครีมไปในทางเดียว ไม่ควรหมุนวนขึ้นลงเพราะจะทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้ มีเคล็ดมาฝากกันอีกนิดนึงโดยระหว่างการทาครีมนั้น ควรนวดไปด้วยเพื่อให้การไหลเวียนของโลหิตทำงานได้ดี ทั้งยังสามารถผ่อนคลายความเมื่อยล้าไปได้ในตัว เนื้อครีมสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้อย่างดี ในส่วนของบริเวณขาสามารถทำได้ในลักษณะเช่นเดียวกันแขน
    ถนอมผิวเนียนสวย ด้วยวิธีการเลือกใช้สุดยอดผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิวได้ทุกสภาพดินฟ้าอากาศเลยนะคะ

    รักษารอยหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตา
    หมีแพนด้าถามหาหรือเปล่าคะ? อาการหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตาทำสาวสาวหลายคนเกิดอาการกระวนกระวายใจ เนื่องจากเป็นตัวทำลายความมั่นใจ ต้องใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำอยู่ตลอดเวลา หรือถูกแซวอยู่ตลอดว่าเป็นหมีแพนด้า ถึงเวลาที่สาวสาวต้องหาวิธีการกำจัดความหมองคล้ำให้ทันท่วงที เพราะการเริ่มต้นเร็วจะสามารถช่วยลดรอยคล้ำของคุณได้อย่างทันท่วงที

    สาเหตุของรอยหมองคล้ำรอบดวงตา
    สาเหตุของการเกิดรอยหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตามาจากหลากหลายประการ ทั้งจากส้นเลือดใต้ดวงตา พันธุกรรม หรือโรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ หากเกิดอาการเคืองตา จะขยี้ตาแล้วเกิดเป็นรอยช้ำได้ ผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรระวังระวังเรื่องความสะอาดด้วย รังสียูวี แสงแดดเป็นตัวปัญหาของรอยหมองคล้ำได้ทุกสภาพผิวไม่เว้นแม้แต่บริเวณรอบดวงตา จึงควรหาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพมาใช้เพื่อปกป้องดวงตาของคุณคะ อายุ ด้วยอายุที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาส่งผลต่อสภาพร่างกายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นปกติ แต่หากได้รับการดูแลตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จะช่วยชลอการเกิดปัญหาตอนอายุสูงได้ ขาดสารอาหาร หากร่างกายขาดสารอาหารหรือวิตามินที่จำเป็น จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ดวงตาหย่อนคล้อยและหมองคล้ำ ไลฟ์สไตล์ ส่วนสำคัญที่ส่งผลต่ออาการหมองคล้ำ การพักผ่อนน และกิจกรรมต่างๆที่ทำในแต่ละวัน ส่งผลต่อดวงตาได้โดยตรง ปรับเวลาการนอนให้เร็วขึ้นเพื่อสุขภาพตาและร่างกายที่ดีขึ้นคะ
    การบำรุงรักษาบริเวณรอบดวงตา
    - วิธีธรรมชาติ ใช้แตงกวาฝานบางบาง หรือใช้ถุงชาแช่เย็น แล้วนำมาประกบบริเวณดวงตา หรืออีกวิธีหนึ่งการนำเกลือมาผสมกับน้ำร้อนแล้วใช้สำลีชุบ นำมาวางรอบดวงตาก็ช่วยบรรเทาอาการได้ หากทำกันติดต่อกัน รอยหมองคล้ำจะจางหายได้ อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้แบบไม่ต้องลงทุน คือการนวดบริเวณเบ้าตา และรอบดวงตา ชวยให้เส้นเลือดดำหมุนเวียนได้เป็นอย่างดี คลายความเมื่อยล้าของดวงตาได้อีกทางหนึ่ง


    - เทคนิคความสวยจากเทคโนโลยี หากปัญหารอบดวงตาหมองคล้ำเป็นแบบเรื้อรัง ต้องนำเทคโนโลยีความสวยงามเข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย การใช้เลเซอร์ก็สามารถช่วยขจัดปัญหานี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ทางที่ถูกต้องควรต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างใกล้ชิด จะได้ไม่เป็นอันตรายต้องดวงตานะคะ
    วิธีปกปิดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยการเมคอัพ
    - รองพื้นปกปิดความหมองคล้ำ ควรทารองพื้นโดยเน้นที่บริเวณหัวตา แล้วเกลี่ยไล่ไปตามแนวขอบตา
    - เติมอายแชโดว์ชนิดครีมสีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อนเกลี่ยให้ทั่ว ก่อนเติมคอนซีลเลอร์ มาถึงคอนซีลเลอร์ นางเอกของงาน จะช่วยลบรอยคล้ำใต้ตา ในเฉดสีอมชมพู หรือสีเหลืองจะช่วยได้เป็นอย่างดี หรือลองมองหาคอนซีลเลอร์แบบสีประกาย ก็จะช่วยพรางรอยหมองคล้ำได้เช่นกัน แถมสวยวิ๊งวิ๊งให้ด้วย
    นอกจากวิธีดังกล่าว การดูแลสุขภาพจากภายในเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ปัญหาเรื่องรอยหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตาจะกลายเป็นเรื่องเล็กเลยคะ~